บทสรุปงานวิจัย

นิสิตหนึ่งในห้าค้นข้อมูลวิชาการจากแชตบอต และคำพูดที่มันยกมาอ้างไม่มีอยู่จริงสักประโยค

ภาพประกอบกระดาษ กรอบรูปที่ทำอย่างประณีตทุกด้าน แต่ข้างในว่างเปล่าเป็นพื้นสีเดียวกับฉากหลัง

สรุปจากบทความ

ai, Post-Truth Realities, and Thai Students’ Information-Seeking Behavior

รศ.ดร. Pavel Slutskiy · Manusya: Journal of Humanities · 2025

งานนี้ถามอะไร

เมื่อได้โจทย์ที่ต้องหาความรู้วิชาการซึ่งไม่คุ้นเคย นิสิตไทยหันไปหาแหล่งไหน และข้อมูลที่ได้จากปัญญาประดิษฐ์เชื่อถือได้แค่ไหนเมื่อเอาไปตรวจกับต้นฉบับจริง

ทำอย่างไร

ให้นิสิตปริญญาตรีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 240 คน ทำโจทย์เดียวกันคือค้นอย่างรวดเร็วว่า Rudolf Carnap นักปรัชญาสายตรรกวิทยา คิดอย่างไรกับแนวคิดการพิสูจน์ยืนยันความหมาย พร้อมยกข้อความจากงานเขียนของเขามาประกอบหนึ่งข้อความ ใช้แหล่งใดก็ได้ตามใจ แล้วรายงานผ่านแบบสอบถามที่มีโครงสร้างว่าได้ข้อมูลมาจากที่ไหน ระบุถึงรุ่นของเครื่องมือ · จากนั้นผู้วิจัยนำข้อความที่นิสิตยกมาอ้างไปไล่ตรวจกับงานเขียนต้นฉบับที่ระบุไว้ทีละข้อ

พบอะไร

  • กูเกิล 57% · แชตบอต 22% · วิกิพีเดีย 21% — เกินหนึ่งในห้าเลือกแชตบอตเป็นแหล่งหลักในงานที่ต้องอ้างอิงงานวิชาการ โดยให้เหตุผลว่าได้คำตอบตรงและกระชับ
  • คำตอบ 37 ชิ้นมีข้อความที่ระบุว่าเป็นของ Carnap พร้อมชื่อหนังสือและปีที่พิมพ์ครบถ้วน อ่านแล้วเข้ารูปการอ้างอิงวิชาการทุกประการ
  • ไม่มีข้อความใดเลยปรากฏอยู่ในงานที่อ้างถึง ทั้งหมดเป็นข้อความที่ระบบแต่งขึ้นเลียนสำนวนและแนวคิดของเขา
  • ในการชี้แจงหลังการทดลอง นิสิตทั้ง 37 คนยืนยันว่ามั่นใจ ว่ากำลังอ้างข้อความจริงจากงานของ Carnap — ไม่มีใครเอะใจว่าต้องกลับไปตรวจ

แล้วยังไงต่อ

ปัญหาที่งานนี้ชี้ไม่ใช่ว่าปัญญาประดิษฐ์ตอบผิด แต่คือรูปแบบของคำตอบที่ดูเหมือนผ่านการตรวจสอบมาแล้ว มีชื่อหนังสือ มีปี มีสำนวนของเจ้าของงาน ซึ่งในบริบทวิชาการคือสัญญาณว่า “ตรวจมาแล้ว” · ข้อเสนอของผู้เขียนจึงไม่ใช่การห้ามใช้ แต่ให้แพลตฟอร์มแจ้งข้อจำกัดของตัวเองให้ชัดว่าไม่สามารถตรวจสอบหรือให้การอ้างอิงที่ถูกต้องได้ และให้สถาบันการศึกษาสอนการตรวจย้อนกลับไปยังต้นฉบับเป็นทักษะการรู้เท่าทันสื่อชุดใหม่ — คนที่นำไปใช้ได้ทันทีคือผู้สอนที่ออกแบบงานมอบหมาย

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

เป็นโจทย์เดียว มหาวิทยาลัยเดียว และแหล่งข้อมูลที่นิสิตเลือกสะท้อนช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล ซึ่งรุ่นที่ระบุไว้ในบทความคือ ChatGPT 3.5 (ต้นฉบับส่งวารสารเดือนมกราคม 2567) เครื่องมือรุ่นที่ค้นเว็บและแนบลิงก์ได้อาจให้ผลต่างออกไป สัดส่วน 57/22/21 จึงเป็นภาพของช่วงนั้น ไม่ใช่สัดส่วนปัจจุบัน · หัวข้อที่ใช้เป็นปรัชญาเฉพาะทางที่มีข้อความต้นฉบับออนไลน์ไม่มาก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอื้อให้เกิดการแต่งข้อความมากกว่าหัวข้อทั่วไป · งานนี้ไม่ได้วัดว่าการอบรมแบบใดช่วยลดปัญหาได้จริง

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Slutskiy, P. (2025). AI, post-truth realities, and Thai students’ information-seeking behavior. Manusya: Journal of Humanities, 28(1), 1-19. https://doi.org/10.1163/26659077-20252811

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม