บทสรุปงานวิจัย
ข่าวรายงานกลางๆ แต่ช่องความเห็นไม่กลาง และปลายทางคือ “ไม่ไปแล้ว”

สรุปจากบทความ
The Chinese media narrative of Thailand as a tourist destination after the legalisation of cannabis
รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา, รศ.ดร. Pavel Slutskiy · Heliyon · 2023
งานนี้ถามอะไร
หลังไทยปลดล็อกกัญชา สื่อภาษาจีนเล่าเรื่องไทยในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวอย่างไร และผู้อ่านชาวจีนตอบสนองต่อเรื่องเล่านั้นในทิศทางเดียวกับน้ำเสียงของข่าวหรือไม่
ทำอย่างไร
วิเคราะห์เนื้อหาโพสต์ 128 โพสต์บนเว่ยป๋อ ระหว่างปี 2562 ถึง 2565 จากสำนักข่าวภาษาจีนสี่แห่ง (สามแห่งเป็นสื่อจีน อีกแห่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาจีนในกรุงเทพฯ) ใช้กรอบทฤษฎีการวางกรอบข่าวและทฤษฎีอัตลักษณ์ทางสังคม ลงรหัสโดยผู้ลงรหัสสามคนพร้อมทดสอบความสอดคล้องระหว่างกัน · โพสต์ที่มีปฏิสัมพันธ์น้อยกว่า 10 ครั้งถูกตัดออกจากการวิเคราะห์
พบอะไร
- น้ำเสียงของข่าวเป็นกลางเป็นส่วนใหญ่ ผู้ลงรหัสทั้งสามคนจัดโพสต์เป็นข้อความกลางๆ ที่ 94.5% · 85.2% · 82.8% ตามลำดับ ส่วนที่ชักชวนเชิงบวกมีเพียง 0.8–2.3%
- มุมที่เล่ามากที่สุดคือการอธิบายตัวนโยบาย 55.5% (71 โพสต์) รองลงมาคือข่าวเชิงลบเกี่ยวกับการปลดล็อก 36.7% (47 โพสต์) ขณะที่ข่าวเชิงบวกมีเพียง 4.7% (6 โพสต์) และประโยชน์ทางการแพทย์ 10.9% (14 โพสต์) · จำนวนโพสต์พุ่งสูงสุดในเดือนที่นโยบายมีผลบังคับใช้
- ความเห็นของผู้อ่านไปคนละทางกับน้ำเสียงของข่าว ผู้วิจัยพบชุดความเห็นที่ปฏิเสธไทยในฐานะจุดหมายท่องเที่ยว โดยให้เหตุผลว่ากลัวเผลอกินอาหารที่มีกัญชาผสม ไม่มั่นใจการกำกับดูแลหลังปลดล็อก และมองว่าเป็นการทำตามชาติตะวันตก
- หนึ่งในสามของโพสต์ไม่ระบุแหล่งที่มา — อ้างสื่อไทย 58.6% (75 โพสต์) เป็นเนื้อหาที่สื่อจีนเรียบเรียงเอง 7.8% (10 โพสต์) และไม่ระบุแหล่ง 33.6% (43 โพสต์)
- โพสต์ที่ห้ามปรามชัดเจนที่สุดไม่ใช่ความเห็นของสื่อ แต่เป็นการส่งต่อประกาศของสถานทูตจีนในไทยที่ห้ามนำผลิตภัณฑ์กัญชากลับประเทศ
แล้วยังไงต่อ
บทเรียนสำหรับงานสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศคือ การนับว่าข่าวเป็นกลางกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้บอกว่าผู้รับสารรู้สึกอย่างไร ช่องความเห็นคือที่ที่ความหมายถูกตัดสิน และข่าวที่กลางแต่ไม่ตอบคำถามที่ผู้อ่านกังวลจริง — กินอาหารข้างทางแล้วจะเจอกัญชาไหม กลับประเทศแล้วผิดกฎหมายไหม — เปิดช่องให้ความกลัวเข้ามาเติมแทน · หน่วยงานที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวจึงต้องออกแบบสารที่ตอบคำถามระดับชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบายให้ครบถ้วน
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
ระบบเซนเซอร์ทำให้เก็บข้อมูลได้ไม่ครบ ผู้วิจัยระบุเองว่าต้องจำกัดที่เว่ยป๋อแพลตฟอร์มเดียว เพราะค้นในเครื่องมือค้นหาหลักของจีนไม่ได้ และคำว่ากัญชาถูกจำกัด สื่อจึงเลี่ยงไปใช้คำพ้องเสียงหรืออิโมจิ ทำให้ค้นไม่ครบ · ระบบชื่อจริงบนเว่ยป๋อทำให้ผู้ใช้เซนเซอร์ตัวเอง ความเห็นที่เห็นจึงอาจไม่ใช่ความเห็นจริง · งานนี้ไม่ได้วัดว่าความเห็นเหล่านั้นทำให้คนเลิกเดินทางมาจริงหรือไม่ ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าอยู่นอกขอบเขต · บทสรุปนี้ไม่ระบุชื่อสำนักข่าวทั้งสี่ เพราะข้อค้นพบเรื่องการไม่อ้างแหล่งที่มาผูกกับสำนักข่าวเป็นรายแห่ง และบทเรียนที่นำไปใช้ได้ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นแห่งใด
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Deng, S., Slutskiy, P., & Boonchutima, S. (2023). The Chinese media narrative of Thailand as a tourist destination after the legalisation of cannabis. Heliyon, 9(4), Article e15478. https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2023.e15478
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
