บทสรุปงานวิจัย

ยิ่งบอกข้อมูลส่วนตัวมาก ยิ่งไว้ใจกัน และยิ่งสัมพันธ์กับการไม่ใช้ถุงยาง

ภาพประกอบกระดาษ ริบบิ้นสองเส้นเข้าหากันจากคนละด้าน แล้วเรียวลงจนแทบไม่เหลือตรงแผ่นกั้นบางๆ ที่คั่นกลาง

สรุปจากบทความ

Gays Dating Applications: Information Disclosure and Sexual Behavior

รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา · Journal of Health Research · 2016

งานนี้ถามอะไร

แอปหาคู่บนมือถือเปลี่ยนวิธีนัดพบของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในไทย งานนี้ถามว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวระหว่างคุยกันในแอปสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศหลังนัดเจอกันอย่างไร

ทำอย่างไร

แบบสอบถามออนไลน์แบบไม่ระบุตัวตน เก็บกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม 2558 ผู้ตอบ 277 คน ผ่านเกณฑ์คัดเข้าเป็นผู้ใช้แอปหาคู่เพื่อหาคู่นัด 222 คน กระจายแบบสอบถามผ่านเว็บบอร์ดสาธารณะและกลุ่มปิดบนเฟซบุ๊ก วิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยค่าสหสัมพันธ์

พบอะไร

  • ความถี่ในการใช้แอปสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ทั้งจำนวนวันที่ใช้ (r = .249) จำนวนสถานที่ที่ใช้ (r = .320) และเวลาที่ใช้ต่อครั้ง (r = .360)
  • การเปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวได้ก็สัมพันธ์กับการไม่ป้องกันเช่นกัน — บัญชีเฟซบุ๊ก (r = .337) เบอร์โทรศัพท์ (r = .306) และที่อยู่ (r = .240)
  • คนส่วนใหญ่ปกปิดชื่อจริง 88.3% แต่เปิดเผยรูปถ่ายจริงของตัวเอง 80% และมากกว่าครึ่ง (54.3%) เปิดเผยข้อมูลมากกว่าสองประเภท
  • ในกลุ่มที่ไปพบกันจริง 106 คน มี 77 คน (72.6%) ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และในจำนวนนั้น 27 คนไม่ได้ใช้ถุงยาง
  • การใช้ถุงยางกระจุกอยู่ที่เพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเท่านั้นที่ 91.5% ส่วนเพศสัมพันธ์ทางปากใช้เพียง 13.2% และการใช้มือ 17.9%
  • ในรอบหกเดือนที่ผ่านมา 37.3% ไม่เคยตรวจเอชไอวี และ 44.6% ไม่เคยตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น

แล้วยังไงต่อ

ข้อเสนอของงานคือย้ายงานสื่อสารเรื่องเอชไอวีเข้าไปอยู่ในที่ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่จริง ทั้งในตัวแอปเองและบนเฟซบุ๊ก แทนที่จะรอให้คนเดินเข้ามาหาข้อมูล · แต่สิ่งที่ใช้ออกแบบตัวสารได้คือกลไก ไม่ใช่แค่ช่องทาง — ความไว้วางใจที่เกิดจากการแลกข้อมูลกันคือสิ่งที่มาก่อนการลดการป้องกัน สารที่ได้ผลจึงต้องพูดกับความรู้สึกว่า “รู้จักกันแล้ว” ไม่ใช่พูดกับคนที่คิดว่ากำลังเจอคนแปลกหน้า · และตัวเลขการใช้ถุงยางที่ต่ำมากในเพศสัมพันธ์ทางปากชี้ว่าความเข้าใจเรื่องช่องทางการติดต่อยังไม่ครบ

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

เป็นค่าสหสัมพันธ์ ไม่ใช่ความเป็นเหตุเป็นผล การเปิดเผยข้อมูลกับการไม่ป้องกันไปด้วยกัน แต่ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งทำให้เกิดอีกอย่าง · เก็บด้วยวิธีสะดวกจากผู้ใช้เว็บบอร์ดและกลุ่มเฉพาะ ผู้เขียนระบุเองว่าใช้แทนภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้ · ข้อมูลเก็บต้นปี 2558 ซึ่งผ่านมากว่าสิบปี ทั้งแอปที่ใช้กันและทางเลือกในการป้องกันเอชไอวีเปลี่ยนไปมากตั้งแต่นั้น ตัวเลขจึงควรใช้อ่านกลไก ไม่ใช่ใช้อ้างสถานการณ์ปัจจุบัน · บทคัดย่อของบทความระบุจำนวนผู้ตอบไว้ 286 คน ซึ่งไม่ตรงกับเนื้อในที่ระบุ 277 คนและผ่านเกณฑ์ 222 คน บทสรุปนี้ใช้ตัวเลขจากเนื้อใน ซึ่งตรงกับตารางผลทุกตาราง

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Smith Boonchutima, Sopon Sriwattana, Rungroj Rungvimolsin, & Nattanop Palahan. (2016). Gays dating applications: Information disclosure and sexual behavior. Journal of Health Research, 30(4), 231-239. https://doi.org/10.14456/jhr.2016.32

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม