บทสรุปงานวิจัย
ช่องทางที่สร้างไว้ให้นัดพบ กลายเป็นช่องทางส่งคำชวนใช้สารเสพติดไปด้วย

สรุปจากบทความ
Utilization of dating apps by men who have sex with men for persuading other men toward substance use
รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา · Psychology Research and Behavior Management · 2017
งานนี้ถามอะไร
แอปหาคู่เป็นช่องทางหลักที่ชายซึ่งมีเพศสัมพันธ์กับชายในไทยใช้หาคู่นัด งานนี้ถามว่าช่องทางเดียวกันนี้ถูกใช้ส่งคำชวนให้ลองสารเสพติดด้วยหรือไม่ และคำชวนเหล่านั้นสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สารจริงแค่ไหน
ทำอย่างไร
แบบสอบถามออนไลน์ 21 ข้อ เก็บ 9 กุมภาพันธ์ถึง 10 มีนาคม 2559 (เลือกช่วงนี้เพราะคร่อมวันวาเลนไทน์ซึ่งการใช้แอปสูง) ได้ผู้ตอบ 350 คน — 200 คนจากเว็บไซต์ 8 แห่ง และ 150 คนจากช่องทางโซเชียล 5 ช่องทาง คัดผู้ตอบแบบสะดวก วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผ่านการรับรองจริยธรรมการวิจัยจากสถาบันต้นสังกัดของผู้วิจัย และเก็บข้อมูลโดยไม่ระบุตัวตน
พบอะไร
- ราวสามในสี่ (73.74%) ใช้แอปหาคู่ในรอบหกเดือนที่ผ่านมา และส่วนใหญ่ (80.3%) นัดพบผู้ใช้แอปคนอื่นสัปดาห์ละหนึ่งคน
- มากกว่าครึ่ง (54.6%) เคยถูกชักชวนให้ลองใช้สารเสพติดผ่านแอป
- ในกลุ่มที่เคยใช้สาร มากกว่าสี่ในห้า (82.9%) ได้สารมาจากการแบ่งกันใช้หรือซื้อร่วมกับคนที่รู้จักผ่านแอป ซึ่งชี้ว่าแอปทำหน้าที่เป็นทั้งช่องทางชักชวนและช่องทางกระจาย
- หนึ่งในสี่ (25.7%) ของผู้ใช้สาร ใช้เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- สองในสามของผู้ใช้สารใช้สารระหว่างมีเพศสัมพันธ์ (มีเพียง 34.3% ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้สารไปด้วย) และในกลุ่มที่ใช้สารระหว่างมีเพศสัมพันธ์ 31.4% ไม่ได้ใช้ถุงยางอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ใช้สารถึง 77.1% ไม่ได้ตรวจเอชไอวีเลยในรอบหกเดือน
- ตัวแปรที่ทำนายพฤติกรรมการใช้สารได้ดีที่สุดสองตัวคือ การตัดสินใจตอบรับคำชวน และความรู้สึกพอใจเมื่อได้รับคำชวน — แบบจำลองถดถอยอธิบายพฤติกรรมได้ราว 60% (R² 0.572–0.591) นั่นคือตัวคำชวนเองมีน้ำหนักมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ทัศนคติต่อสารเสพติดที่มีอยู่เดิม
แล้วยังไงต่อ
ข้อค้นพบที่ใช้ออกแบบงานสื่อสารได้คือ จุดแทรกแซงอยู่ที่ “ตอนได้รับคำชวน” ไม่ใช่ตอนตัดสินใจใช้ เพราะตัวแปรที่ทำนายได้ดีที่สุดคือความรู้สึกตอบสนองต่อคำชวน ไม่ใช่ทัศนคติต่อสารเสพติดโดยทั่วไป · และเพราะแอปทำหน้าที่ทั้งชวนและกระจาย งานป้องกันที่รอให้คนเดินเข้ามาหาข้อมูลจึงมาช้ากว่าคำชวนเสมอ · ตัวเลขการไม่ตรวจเอชไอวีที่สูงมากในกลุ่มที่ใช้สารระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ชี้ว่าการสื่อสารเรื่องการตรวจกับเรื่องสารเสพติดควรออกแบบไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกแคมเปญ
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
เป็นค่าสหสัมพันธ์และการทำนายทางสถิติ ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าอะไรทำให้เกิดอะไร · คัดผู้ตอบแบบสะดวกจากเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลเฉพาะกลุ่ม ผู้เขียนระบุเองว่าจำกัดความหลากหลายของกลุ่มตัวอย่างและใช้แทนภาพรวมไม่ได้ · เก็บข้อมูลทั้งหมดทางออนไลน์ ไม่มีการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว · ถามเรื่องการป้องกันเฉพาะการใช้ถุงยาง ไม่ได้ถามถึงวิธีป้องกันอื่น · ข้อมูลเก็บต้นปี 2559 ซึ่งผ่านมาเกือบสิบปี ทั้งแอปที่ใช้กันและทางเลือกในการป้องกันเอชไอวีเปลี่ยนไปมาก ตัวเลขจึงควรใช้อ่านกลไก ไม่ใช่อ้างสถานการณ์ปัจจุบัน · บทสรุปนี้ตั้งใจไม่ระบุชื่อแอปทั้งห้าที่บทความรายงานไว้ เพราะข้อค้นพบเป็นการวิจารณ์การใช้งานที่เกิดบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น และชื่อแอปไม่ได้เพิ่มอะไรให้บทเรียนที่นำไปใช้ได้ · เขียนจากฉบับเต็มใน PubMed Central ซึ่งไม่มีตารางผล ตัวเลขที่ยกมาจึงเป็นเฉพาะที่ระบุไว้ในเนื้อความโดยตรง
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Boonchutima, S., & Kongchan, W. (2017). Utilization of dating apps by men who have sex with men for persuading other men toward substance use. Psychology Research and Behavior Management, 10, 31-38. https://doi.org/10.2147/prbm.s121480
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
