บทสรุปงานวิจัย

ให้แรงงานออกแบบแคมเปญเอง ความรู้และความมั่นใจเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเสี่ยง

ภาพประกอบกระดาษ แท่งสองแท่งสูงขึ้น ส่วนแท่งที่สามยังราบอยู่กับพื้น

สรุปจากบทความ

Developing an HIV/AIDS risk communication intervention model among Myanmar migrant workers in a factory in Samut Sakhon, Thailand

รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา · HIV & AIDS Review · 2019

งานนี้ถามอะไร

ถ้าให้แรงงานข้ามชาติเป็นผู้ร่วมออกแบบแคมเปญสื่อสารความเสี่ยงเอชไอวีเอง แทนที่จะเป็นผู้รับสารอย่างเดียว จะเปลี่ยนความรู้ ความมั่นใจ การรับรู้ความเสี่ยง และพฤติกรรมป้องกันได้จริงหรือไม่

ทำอย่างไร

ออกแบบแคมเปญจากข้อมูลของสนทนากลุ่มสองกลุ่ม รวมผู้ร่วม 16 คนในโรงงานที่สมุทรสาคร ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่รัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดูแลงานป้องกันเอชไอวี 10 คน จากนั้นให้อาสาสมัครสาธารณสุขที่คัดจากตัวแรงงานเองเป็นผู้เดินงาน ดำเนินการกับแรงงาน 400 คน เป็นเวลาสองสัปดาห์ เริ่มในวันถุงยางอนามัยสากล ปี 2560 องค์ประกอบของแคมเปญมีทั้งกิจกรรม การอบรมเชิงปฏิบัติการ แคมเปญสื่อ และการประเมินผลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

พบอะไร

  • คะแนนความรู้เรื่องเอชไอวีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  • ขั้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยและการไปตรวจเอชไอวีขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ความเชื่อมั่นว่าตนเองทำได้ (self-efficacy) และการรับรู้ประโยชน์กับอุปสรรคของการป้องกัน เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • แต่การรับรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงจะติดเชื้อ ไม่เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05

แล้วยังไงต่อ

ผลที่ไม่ขยับมีค่าพอๆ กับผลที่ขยับ แคมเปญทำให้คนรู้มากขึ้นและมั่นใจว่าป้องกันตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเสี่ยงก่อน นั่นแปลว่าการออกแบบแคมเปญสุขภาพไม่ต้องพึ่งการทำให้กลัวก็เปลี่ยนพฤติกรรมได้ — และการที่แรงงานเป็นผู้ร่วมออกแบบคือปัจจัยที่ผู้วิจัยสรุปว่าทำให้แคมเปญได้ผล

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

เป็นการศึกษาในโรงงานเดียวที่สมุทรสาคร เก็บข้อมูลปี 2560 และวัดพฤติกรรมด้วยการรายงานของผู้เข้าร่วมเอง

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Boonchutima, S., Sukonthasab, S., & Satapitanonta, P. (2019). Developing an HIV/AIDS risk communication intervention model among Myanmar migrant workers in a factory in Samut Sakhon, Thailand. HIV & AIDS Review, 18(4), 285-295. https://doi.org/10.5114/hivar.2019.88535

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC-SA 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม