สรุปแผนวิจัย
ไทยยังไม่มีเครื่องมือวัดการตีตราช่วงโรคระบาดที่ผ่านการตรวจสอบ นี่คือแผนสร้างขึ้นสองภาษา

สรุปจากบทความ
Cross-Cultural Adaptation and Validation of the (Re)-emerging and ePidemic Infectious Diseases Stigma Scales in Thailand: A Study Protocol
รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา · Wellcome Open Research · 2026
ประกาศแผนวิจัย
งานชิ้นนี้เป็นการตีพิมพ์ แผนการวิจัยก่อนเริ่มเก็บข้อมูล วารสารตรวจวิธีการตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้อ่านเทียบได้ภายหลังว่าสิ่งที่รายงานตรงกับที่ประกาศไว้หรือไม่ — หน้านี้จึงยังไม่มีผลการศึกษา มีเพียงคำถาม วิธีการ และสิ่งที่ทีมวิจัยตั้งใจจะทำ
งานนี้ถามอะไร
การตีตราทำให้คนไม่กล้าไปรับบริการสุขภาพและทำให้การควบคุมการระบาดสะดุด แต่ไทยยังไม่มีแบบวัดที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพว่าใช้วัดประสบการณ์การถูกตีตราของกลุ่มเปราะบางได้จริง งานนี้จึงประกาศแผนแปลและตรวจสอบแบบวัดชุดหนึ่งให้ใช้ได้ในบริบทไทยและพม่า
จะทำอย่างไร
แปลและปรับแบบวัด RAPID ซึ่งวัดการตีตราจากชุมชนและการตีตราตนเอง รวม 16 ข้อ เป็นภาษาไทยและภาษาพม่า ตามแนวปฏิบัติ ISPOR ด้วยวิธีแปลไปแล้วแปลกลับ · แบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรกให้ผู้เชี่ยวชาญสองคณะ คณะละ 8 คน ประเมินสามรอบแบบเดลฟาย แล้วสัมภาษณ์เชิงปริชานกับสมาชิกชุมชนละ 15 ถึง 20 คน · ระยะที่สองตรวจสอบคุณสมบัติการวัดกับผู้เข้าร่วม 400 คน (ชุมชนละ 200 คน) ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและการทดสอบความเที่ยง
จะทำอะไร
- สองชุมชนที่งานนี้ทำงานด้วยคือชายไทยที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ในประเด็นการตีตราจากฝีดาษวานร และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ในประเด็นการตีตราจากโควิด-19
- คณะผู้เชี่ยวชาญออกแบบให้มีคนในชุมชนอยู่ด้วยตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มีแต่นักวิชาการ — แต่ละคณะ 8 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชนที่มีประสบการณ์ตรง 2 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ทำงานกับกลุ่มนั้น 2 คน นักวิจัย 2 คน ผู้เชี่ยวชาญภาษา 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม 1 คน
- เกณฑ์ตัดสินถูกประกาศไว้ล่วงหน้า ข้อคำถามที่ได้ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหารายข้อต่ำกว่า 0.78 จะถูกนำกลับไปแก้ ส่วนรอบสุดท้ายตั้งเป้าให้ผู้เชี่ยวชาญเกิน 80% ให้คะแนนความตรงเชิงพินิจในระดับสูง และค่าดัชนีความตรงทั้งฉบับเกิน 0.90
- ระยะที่สองต้องขอการรับรองจริยธรรมการวิจัยแยกอีกฉบับ และเลือกตัวอย่างแบบโควตาให้ครอบคลุมห้ากลุ่มย่อยในแต่ละชุมชน ตั้งแต่ผู้ที่หายป่วย ผู้สัมผัสใกล้ชิด บุคลากรสาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนช่วงระบาด ไปจนถึงคนทั่วไปในชุมชน
ทำไมแผนนี้จึงสำคัญ
ถ้าแผนนี้เดินจนจบ ไทยจะมีเครื่องมือที่หยิบไปใช้วัดการตีตราได้ทันทีเมื่อเกิดการระบาดครั้งหน้า แทนที่จะเริ่มออกแบบแบบสอบถามตอนที่สถานการณ์เดินไปแล้ว — ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้เขียนระบุว่าเครื่องมือวัดการตีตราส่วนใหญ่มาไม่ทันใช้กับการระบาดที่กำลังเกิดขึ้น · และเพราะแบบวัดต้นทางออกแบบให้ใช้ข้ามโรคได้ ฉบับภาษาไทยและภาษาพม่าจึงไม่ผูกกับโรคใดโรคหนึ่ง
ข้อควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
นี่คือแผน ไม่ใช่ผล ณ วันที่ตีพิมพ์ยังไม่มีการเก็บข้อมูล และเอกสารระบุเองว่าการรับรองจริยธรรมการวิจัยอยู่ระหว่างพิจารณา ส่วนระยะที่สองต้องขออนุมัติแยกอีกฉบับ · การเลือกตัวอย่างเป็นแบบโควตา ไม่ใช่การสุ่ม ผลที่ได้ภายหลังจึงใช้ประเมินคุณภาพของเครื่องมือได้ แต่ใช้ประมาณระดับการตีตราของประชากรทั้งกลุ่มไม่ได้ · ฉบับที่เผยแพร่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิอิสระแล้ว 1 ท่าน
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Hlaing, P. H., Cheah, P. Y., Poomchaichote, T., Kulpijit, N., Myint, S. T., Mukaka, M., Paterson, A., Pannengpetch, S., Viriyasitavat, W., & Boonchutima, S. (2026). Cross-cultural adaptation and validation of the (Re)-emerging and ePidemic Infectious Diseases stigma scales in Thailand: A study protocol. Wellcome Open Research, 11, 151. https://doi.org/10.12688/wellcomeopenres.26014.1
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
