บทสรุปงานวิจัย

ฟังเรื่องเล่าจากทุกฝ่ายในชายแดนใต้ แล้วจะเห็นว่าปัญหามีห้าด้าน ไม่ใช่ด้านเดียว

ภาพประกอบกระดาษ วัตถุชิ้นเดียวที่ทอดเงาห้าเงาออกไปคนละทิศ

สรุปจากบทความ

Reframing Thailand's Southern Border Conflict through a Self-transcendental Narrative Paradigm

ผศ.ดร.ธีรดา จงกลรัตนาภรณ์ · Journal of Communication Arts · 2025

งานนี้ถามอะไร

ความขัดแย้งและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มักถูกอธิบายจากมุมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง งานนี้ถามว่าถ้าใช้กระบวนทัศน์การเล่าเรื่องที่ข้ามพ้นตัวตน (self-transcendental narrative paradigm) คือให้แต่ละฝ่ายเล่าจากมุมของตน แล้วย้ายไปมองจากมุมของฝ่ายอื่น ปัญหาจะปรากฏออกมาเป็นอย่างไร

ทำอย่างไร

วิจัยเชิงคุณภาพภาคสนามในจังหวัดปัตตานี ทำงานร่วมกับผู้ประสานงานที่คุ้นเคยกับพื้นที่ เก็บข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูล 34 คน (ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม 8 คน · ประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ 8 คน · ครู 6 คน · ผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษา 12 คน) และการสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคลกับกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการแสดงความเห็นในวงกลุ่มอีก 17 คน (ผู้นำศาสนาอิสลาม 3 · พระภิกษุ 3 · เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น 3 · เจ้าหน้าที่รักษาความสงบ 3 · กลุ่มเชื้อชาติศาสนาอื่นและคนนอกพื้นที่ 5) ใช้กิจกรรมสะท้อนความคิดอย่างการวาดภาพและการอุปมาอุปไมยประกอบ แล้ววิเคราะห์เรื่องเล่า 33 เหตุการณ์ งานนี้ได้รับทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

พบอะไร

  • ปัญหาปรากฏเป็นห้ามิติ ไม่ใช่มิติเดียว — (1) การรักษาอำนาจปกครองของรัฐ (2) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพลเรือนกับทหาร และประชาชนกับฝ่ายปกครอง (3) ปัญหาสังคม การศึกษา ยาเสพติด ความเชื่อ วิถีชีวิตและการทำมาหากิน (4) ผลประโยชน์ของบุคคล กลุ่มคน และองค์กรที่ได้จากการมีความรุนแรงในพื้นที่ (5) การรับรู้ที่มาจากสื่อ
  • มิติที่ห้าคือช่องว่างระหว่างภาพในข่าวกับชีวิตจริง — คนในพื้นที่มองว่าตนเองยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ได้อันตรายอย่างที่ปรากฏในสื่อ แต่ภาพในสื่อสร้างความกลัวจนคนนอกไม่กล้าเดินทางเข้าไป
  • ผู้ให้ข้อมูลในพื้นที่ร้องขอเองว่าสื่อควรนำเสนอภาพการใช้ชีวิตตามปกติ รวมถึงสถานที่ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เพราะจะช่วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ถูกบดบังด้วยข่าวความรุนแรง
  • การมุ่งรายงานเฉพาะ “ความรุนแรงที่มองเห็นได้” โดยไม่เสนอทางออก มีส่วนสร้างภาพเหมารวมต่อศาสนาอิสลาม ชาวมุสลิม และตัวพื้นที่ จนนำไปสู่ความหวาดกลัว ความระแวง และการเลือกปฏิบัติ

แล้วยังไงต่อ

ข้อเสนอของผู้วิจัยคือเปลี่ยนโจทย์จาก “แก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง” เป็น “การสร้างความสงบสุขของเราในพื้นที่” โดยเริ่มจากการสื่อสารมุมของทุกคนให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ได้รับรู้จริงๆ แล้วออกแบบกระบวนการที่มากกว่าการเจรจาต่อรองและทำข้อตกลง สำหรับคนทำสื่อ ข้อเสนอที่ตรงที่สุดคือการรายงานชีวิตปกติของพื้นที่ ในฐานะบทบาทที่เพิ่มเติมจากงานสร้างสันติภาพที่ผ่านมา

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

เป็นงานเชิงคุณภาพในจังหวัดปัตตานีจากผู้ให้ข้อมูล 51 คน มุ่งอธิบายความเข้าใจของผู้คนที่มีต่อปัญหา ไม่ใช่การวัดขนาดหรือความถี่ของเหตุการณ์ และไม่ได้ประเมินผลของนโยบายใด

บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม