สรุปบทความเชิงแนวคิด

วิดีโออาร์ตใช้เวลาครึ่งศตวรรษหาที่ยืนในวัฒนธรรมมวลชน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่นทางประตูที่ไม่มีใครเฝ้า

ภาพประกอบกระดาษ จอสี่เหลี่ยมแนวนอนเปล่าๆ ตั้งอยู่บนขาตั้งวาดภาพแบบจิตรกร

สรุปจากบทความ

Is Video-art Becoming a Form of Popular Art? The case of Apple TV’s Aerial Screen Savers

รศ.ดร. Pavel Slutskiy · IAFOR Journal of Cultural Studies · 2018

บทความเชิงแนวคิด

งานชิ้นนี้เป็น ข้อเสนอเชิงทฤษฎี ไม่ได้เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ สิ่งที่อ่านต่อไปนี้จึงเป็นการให้เหตุผลของผู้เขียน ไม่ใช่ผลการวัด — น้ำหนักของมันอยู่ที่ความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้ง ไม่ใช่ที่ขนาดตัวอย่างหรือค่าสถิติ · ข้อเสนอเป็นของผู้เขียน ไม่ใช่จุดยืนของศูนย์ฯ

งานนี้ถามอะไร

ปี 2558 มีการเปิดตัวภาพพักหน้าจอชุดใหม่บนกล่องทีวีของ Apple เป็นคลิปถ่ายทางอากาศแบบสโลว์โมชันจากเมืองและภูมิประเทศทั่วโลก · งานนี้ถามว่าคลิปเหล่านี้นับเป็นวิดีโออาร์ตได้หรือไม่ และถ้าได้ มันหมายความว่าอะไรกับสถานะของวิดีโออาร์ตในวัฒนธรรมมวลชน

ให้เหตุผลอย่างไร

การให้เหตุผลเชิงทฤษฎีศิลปะและวัฒนธรรมศึกษา — ทบทวนนิยามของงานศิลปะก่อน แล้วแยกจุดมุ่งหมายของศิลปะแบบที่ไม่ได้มุ่งประโยชน์ออกจากแบบที่มุ่งประโยชน์ตามที่ Lévi-Strauss จำแนกไว้ · ตรวจว่าภาพพักหน้าจอเข้าเกณฑ์ข้อใดบ้าง แล้ววางผลที่ได้ไว้ในบริบทของประวัติศาสตร์วิดีโออาร์ตและพฤติกรรมการใช้จอในบ้าน · ไม่มีการสำรวจผู้ชมและไม่มีข้อมูลเชิงปริมาณ

เสนออะไร

  • ของที่มีประโยชน์ใช้สอยเป็นงานศิลปะได้ — ข้อที่ว่าศิลปะต้องไม่มีประโยชน์ใช้สอยถูกตรวจสอบแล้วพบว่าแคบเกินไป เพราะศิลปะทำหน้าที่ได้หลายอย่างในประวัติศาสตร์ รวมถึงการสื่ออารมณ์ การให้ความบันเทิง และการเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสาร
  • ภาพพักหน้าจอเกิดมาเพื่อประโยชน์ใช้สอยล้วนๆ คือถนอมจอไม่ให้ภาพไหม้ติด แต่ทำหน้าที่แบบงานศิลปะเพิ่มขึ้นมาด้วย — สื่ออารมณ์ สร้างบรรยากาศ และมุ่งไปที่ผู้ชมคนหนึ่ง
  • สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงคือที่ตั้ง ไม่ใช่ตัวงาน — ผู้เขียนเสนอว่าเทคโนโลยีนี้ให้ความหมายใหม่แก่วิดีโออาร์ตด้วยการเปลี่ยนมันเป็นวัตถุตกแต่งภายใน จากงานที่ต้องเดินไปดูในหอศิลป์ กลายเป็นสิ่งที่ทำงานอยู่กลางห้องนั่งเล่นจำนวนมหาศาล โดยแทบไม่มีใครสังเกต
  • เงื่อนไขที่จะทำให้มันโตต่อคือการเปิดให้ผู้ใช้เลือกเอง — ณ เวลาที่เขียน ผู้ใช้ยังใส่คลิปของตัวเองไม่ได้ เลือกได้เฉพาะชุดที่ผู้ผลิตให้มา · ผู้เขียนเสนอว่าถ้าเปิดให้ใส่ของจากภายนอกได้เมื่อใด ตลาดของภาพพักหน้าจอที่เป็นงานศิลปะก็น่าจะเกิดขึ้น เพราะจอใหญ่กลางห้องคือพื้นที่แสดงรสนิยมแบบเดียวกับชั้นเก็บแผ่นเพลง
  • เป็นข้อเสนอในรูปคำถามปลายเปิด ไม่ใช่คำประกาศ — ตัวบทความจบด้วยการถามว่าเรากำลังอยู่ตรงจุดกำเนิดของศิลปะมวลชนแบบใหม่หรือไม่ ไม่ได้ยืนยันว่าใช่

ทำไมข้อเสนอนี้จึงสำคัญ

สำหรับคนที่ทำงานกับสื่อและพื้นที่แสดงผล ประเด็นที่ยกออกมาใช้ต่อได้คือการเปลี่ยนที่ตั้งของงานเปลี่ยนสถานะของงาน — สิ่งเดียวกันย้ายจากหอศิลป์มาอยู่บนจอในบ้านแล้วความหมายเปลี่ยน ทั้งที่ตัวคลิปไม่เปลี่ยนเลยสักนิด · เป็นกรอบที่คิดต่อได้กับจอในที่สาธารณะ จอในล็อบบี้อาคาร และงานที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ศิลปะตั้งแต่แรก

ข้อควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

เป็นบทความเชิงแนวคิด ไม่มีข้อมูลผู้ชมและไม่มีตัวเลขใดรองรับ ข้อเสนอเรื่องแนวโน้มจึงเป็นการคาดการณ์ของผู้เขียน ไม่ใช่ผลการวัด · เขียนเมื่อปี 2561 โดยอ้างอิงอุปกรณ์และข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม ณ เวลานั้น ซึ่งเปลี่ยนไปแล้ว · นิยาม “ศิลปะ” ที่ใช้เป็นนิยามกว้าง ถ้าใช้นิยามที่เข้มกว่านี้ ข้อสรุปอาจไม่ตามมา · ข้อสังเกตเรื่องความแตกต่างระหว่างรุ่นวัยเป็นการอ้างงานของผู้อื่น ไม่ใช่ผลจากงานชิ้นนี้เอง

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Slutskiy, P. (2018). Is video-art becoming a form of popular art? The case of Apple TV’s aerial screen savers. IAFOR Journal of Cultural Studies, 3(1). https://doi.org/10.22492/ijcs.3.1.05

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม