บทสรุปงานวิจัย

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2556 ยอดไลก์เยอะไม่ได้แปลว่าได้คะแนน

ภาพประกอบกระดาษ กองแผ่นกลมสองแถวที่ความสูงไม่ตรงกันสักตำแหน่ง

สรุปจากบทความ

The Role of Social Media In Political Advertising: An Exploratory Investigation of the Bangkok’s Election

ผศ.ดร.ธีรดา จงกลรัตนาภรณ์ · Journal of Public Relations and Advertising · 2016

งานนี้ถามอะไร

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2556 เป็นครั้งแรกที่ผู้สมัครหลักทุกคนเปิดใช้โซเชียลมีเดียพร้อมกัน และผู้สมัครที่มียอดไลก์เฟซบุ๊กสูงที่สุดกลับได้คะแนนเป็นอันดับสาม งานนี้จึงถามว่าจริงๆ แล้วคนกรุงเทพฯ ใช้สื่ออะไรในการตัดสินใจลงคะแนน

ทำอย่างไร

รวบรวมสถิติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครสี่คนหลัก (เฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม กูเกิลพลัส และเว็บไซต์) ประกอบกับการสัมภาษณ์ฝ่ายที่ดูแลแคมเปญ แล้วสำรวจด้วยแบบสอบถามกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ที่เคยไปใช้สิทธิเลือกผู้ว่าฯ ครั้งก่อน จำนวน 400 คน กระจายใน 12 กลุ่มเขต เขตละร้อยละ 7–9 ของกลุ่มตัวอย่าง คำถามแบ่งเป็นข้อมูลประชากร การใช้สื่อ และการตัดสินใจลงคะแนน

พบอะไร

  • สื่อที่ผู้ตอบเลือกเป็นอันดับแรกในการรับข้อมูลการเลือกตั้งคือโทรทัศน์ (ร้อยละ 47.3) และสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากที่สุดก็คือโทรทัศน์ (ร้อยละ 37.8) รองลงมาคือสื่อกลางแจ้ง (ร้อยละ 16.5)
  • มีเพียงร้อยละ 10 ที่ระบุว่าสื่อใหม่ — เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ — มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนของตน
  • คะแนนความสำคัญของสื่อดั้งเดิมต่อการเลือกตั้งอยู่ที่ 3.58 จาก 5 ขณะที่สื่อใหม่อยู่ที่ 2.84
  • ข้อความที่ผู้ตอบเห็นด้วยมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 3.85) คือผู้สมัครควรพบปะกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยตัวเอง
  • ผู้สมัครที่มียอดไลก์เฟซบุ๊กสูงสุด (238,138) ได้คะแนนเป็นอันดับสาม ส่วนผู้ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้ที่มียอด “กำลังพูดถึงสิ่งนี้” สูงสุด (146,294)
  • กลุ่มอายุ 56 ปีขึ้นไปเห็นด้วยน้อยกว่ากลุ่มอายุน้อยกว่าว่าสื่อใหม่น่าสนใจหรือทันใจ และผู้สมัครเองส่วนใหญ่ให้สัมภาษณ์ว่าโซเชียลมีเดียเร็วและถูก แต่ใช้ทำนายคะแนนไม่ได้

แล้วยังไงต่อ

ข้อค้นพบที่ยังใช้ได้คือตัวเลขบนโซเชียลมีเดียไม่ใช่ตัวแทนของคะแนนเสียง ผู้กดไลก์อาจไม่ใช่คนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิลงคะแนน หรืออายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ผู้วิจัยเสนอว่าแคมเปญควรใช้สื่อใหม่อย่างสร้างสรรค์เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ แต่ยังต้องใช้วิธีโน้มน้าวแบบเดิมควบคู่กันไปจึงจะได้คะแนน

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

สำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ 400 คน กับการเลือกตั้งครั้งเดียวเมื่อปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่โซเชียลมีเดียยังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน ผลจึงสะท้อนภูมิทัศน์สื่อของเวลานั้น ไม่ใช่ของวันนี้ และผู้วิจัยระบุเองว่าเป็นการศึกษาเพียงจังหวัดเดียวจาก 77 จังหวัด

ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม