บทสรุปงานวิจัย
ละครที่ให้คนดูขึ้นเวทีแก้ตอนจบเอง ทำให้ชุมชนชานเมืองย่างกุ้งบอกได้ว่ายาปฏิชีวนะคือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่คนที่ขึ้นไปแก้ส่วนใหญ่ยังบอกไม่ได้ว่าทำไมซื้อกินเองถึงไม่ควร

สรุปจากบทความ
Evaluation of the forum theatre approach for public engagement around antibiotic use in Myanmar
ดร.พยู ฮนิน ไหล่ (Rashida) · PLOS ONE · 2020
งานนี้ถามอะไร
ในเมียนมาซื้อยาปฏิชีวนะได้ตามร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่ง และมี “ยาชุด” ที่ผสมยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และบางครั้งสเตียรอยด์ขายในร้านค้าทั่วไป การให้ความรู้แบบบรรยายทางเดียวเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ งานนี้ทดลองใช้ละครเวทีแบบฟอรัม ที่ให้คนดูขึ้นมาแทนตัวละครแล้วพาเรื่องไปจบอีกแบบ และถามว่าวิธีนี้ทำให้ชุมชนเข้าใจยาปฏิชีวนะมากขึ้นไหม และคนดูคิดอย่างไรกับมัน
ทำอย่างไร
ทีมวิจัยร่วมกับคณะละครท้องถิ่นทำงานในตำบลชานเมืองย่างกุ้ง เลือก 5 พื้นที่ที่แออัดและระบบน้ำกับสุขาภิบาลไม่ดี ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นแรงงานโรงงานและแรงงานรับจ้าง · เริ่มจากเวิร์กช็อปเก็บเรื่องเล่า 5 ครั้ง (ครั้งละ 25–35 คน) ให้ชุมชนเล่าประสบการณ์ตอนเป็นไข้ แล้วเลือก 2 เรื่องมาเขียนบทและเพลง คือ “ไข้กับยาปฏิชีวนะ” และ “ยาชุด” · เล่น 10 รอบระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคม 2561 รอบละ 45–60 นาที นักแสดงเยาวชน 7 คน เรื่องจบด้วยตัวเอกต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะกินยาเอง จากนั้นเล่นซ้ำโดยเชิญคนดูขึ้นมาแทนตัวละครเพื่อพาเรื่องไปจบแบบอื่น ปิดท้ายด้วยข้อความหลัก 4 ข้อจากสื่อรณรงค์ขององค์การอนามัยโลก · ประเมินด้วยการสนทนากลุ่มก่อนและหลังชมในวันเดียวกัน 4 รอบจาก 10 รอบ รวม 40 คน ถอดเทปภาษาพม่าแปลเป็นอังกฤษแล้ววิเคราะห์เนื้อหา บวกกับบันทึกสังเกตตอนคนดูขึ้นเวที
พบอะไร
- คนดูรวม 1,175 คน และมี 36 คนขึ้นเวทีไปแก้เรื่อง (รอบละ 2–4 คน) ในพื้นที่ที่การมีส่วนร่วมของสาธารณะเรื่องวิทยาศาสตร์ยังแทบไม่เคยมีมาก่อน
- ก่อนชม ส่วนใหญ่เคยได้ยินคำว่ายาปฏิชีวนะแต่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร และมีความเข้าใจผิดหลายแบบปนกัน เช่น ใช้เมื่อไข้สูงมาก ใช้เมื่อโดนสุนัขหรืองูกัด ใช้ป้องกันไข้หวัดตามฤดู หรือใช้ได้เฉพาะวัณโรค · หลังชม ผู้ร่วมสนทนาส่วนใหญ่บอกได้ว่ายาปฏิชีวนะคือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ควรกินทุกครั้งที่จามหรือปวดหัว ไม่ควรซื้อยาชุดกินเอง และควรไปคลินิกแทนร้านขายยา
- คนดูสนุกและอยากให้ทำอีก โดยเสนอหัวข้อถัดไปเอง ทั้งวัณโรค ไวรัสตับอักเสบซี การคุมกำเนิด และปัญหายาเสพติดในเด็ก และบอกว่าชอบแบบนี้มากกว่าการบรรยายสุขศึกษาแบบเดิมเพราะสนุกกว่าและได้ความรู้กว่า
- สิ่งที่เห็นบนเวทีบอกมากกว่าคำตอบในวงสนทนา — คนดูที่ขึ้นไปแก้เรื่องส่วนใหญ่แค่แนะให้ตัวเอกไปหาหมอ แต่ดูเหมือนยังไม่รู้ว่าทำไมการซื้อยาปฏิชีวนะกินเองถึงไม่เหมาะสม · คนที่รับบทเป็นสมาชิกรุ่นน้องในครอบครัวแทบโน้มน้าวผู้ใหญ่ไม่สำเร็จ เพราะลำดับอาวุโสในบ้านมีน้ำหนักมาก · ส่วนคนที่รับบทเพื่อนบ้านมักเสนอช่วยเงินค่ารักษาถ้าตัวเอกไม่มีเงินไปหาหมอ
- ข้อเสนอเชิงปฏิบัติจากชุมชน — ฉากร้านขายยาควรทำให้สมจริงกว่านี้ และควรเล่นวันอาทิตย์เพราะวันเสาร์ยังต้องทำงาน · ฝั่งผู้จัดพบว่าฝนช่วงมรสุมกับระบบระบายน้ำที่ไม่ดีทำให้ต้องเลื่อนการแสดงหลายครั้ง และสถานที่ที่ทางการจัดให้ส่วนใหญ่เป็นศาสนสถานพุทธ ซึ่งอาจทำให้คนต่างศาสนาไม่มา
แล้วยังไงต่อ
สำหรับคนทำงานสื่อสารสุขภาพในชุมชนที่คนอ่านหนังสือไม่คล่องหรือไม่คุ้นกับการบรรยาย ละครแบบให้คนดูขึ้นมาแก้เรื่องทำสองอย่างพร้อมกัน — ส่งความรู้ออกไป และดึงวิธีคิดของชุมชนกลับมาให้ผู้จัดเห็น ว่าคนตัดสินใจเรื่องยาอย่างไรจริงๆ ใครในบ้านมีอำนาจ และอะไรขวางอยู่ ซึ่งการบรรยายทางเดียวไม่มีวันเห็น · บทเรียนเรื่องลำดับอาวุโสในครอบครัวชี้ว่าข้อความที่พูดกับคนรุ่นใหม่อย่างเดียวอาจไปไม่ถึงคนที่ตัดสินใจซื้อยาจริง
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
ประเมินครั้งเดียวในวันเดียวกับการแสดง จึงบอกได้แค่ความเข้าใจและความรู้สึกทันทีหลังชม ไม่ได้วัดว่าจำได้นานแค่ไหนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนจริงไหม ผู้เขียนระบุเองว่าความเข้าใจที่ดีขึ้นอาจไม่ใช่ความเข้าใจเชิงลึก · สนทนากลุ่มกับ 40 คนจาก 4 ใน 10 รอบ ผู้ร่วมเลือกจากความสะดวกและความเต็มใจ · พื้นที่เป็นชุมชนแออัดชานเมือง ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของเมียนมาอยู่ในชนบท · ผู้เขียนเตือนว่าคณะละครที่เป็นเยาวชนกระตือรือร้นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนเข้าร่วม ผลอาจต่างออกไปกับคณะอื่น · เป็นการประเมินโครงการที่ทีมผู้จัดทำเอง
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Swe, M. M. M., Hlaing, P. H., Phyo, A. P., Aung, H. H., Smithuis, F., Ashley, E. A., & Cheah, P. Y. (2020). Evaluation of the forum theatre approach for public engagement around antibiotic use in Myanmar. PLOS ONE, 15(7), Article e0235625. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0235625
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
