บทสรุปงานวิจัย
บริษัทใหญ่ในห้าประเทศพูดถึงความยั่งยืนในรายงานร้อยละ 83 แต่ตั้งเป้าที่มีกำหนดเวลาเพียงร้อยละ 25 และวัดผลได้เพียงร้อยละ 30

สรุปจากบทความ
Companies’ Accountability in Sustainability: A Comparative Analysis of SDGs in Five Countries
รศ.ดร. Pavel Slutskiy · Communication, Culture and Change in Asia · 2016
งานนี้ถามอะไร
บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุดในไทย มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ (ตลาดเกิดใหม่) และออสเตรเลีย (ประเทศพัฒนาแล้ว) เปิดเผยเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไร — เป้าหมายวัดได้และมีกรอบเวลาหรือไม่ รายงานรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแค่ไหน วัดผลอย่างไร ตรวจว่าถึงเป้าหรือไม่ และห้าประเทศต่างกันอย่างไร
ทำอย่างไร
วิเคราะห์รายงานประจำปี (และรายงานความยั่งยืนหรือรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมแยกเล่มถ้ามี) ของบริษัท 25 แห่งที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในแต่ละประเทศ รวม 125 ฉบับ — รายงานประจำปี 72 · รายงานความยั่งยืน 38 · ที่เหลือเป็นรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมและรายงานการเงิน · กลุ่มธนาคารเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดร้อยละ 24.8 รองลงมาคือพลังงานและอสังหาริมทรัพย์กับก่อสร้างอย่างละ 11.2 และโทรคมนาคม 9.6 · ลงรหัสแบบมี/ไม่มี ในหัวข้ออย่างมีเป้าหมาย มีกรอบเวลา วัดได้ ประเภทของกิจกรรม ใช้แนวปฏิบัติสากล มีสถิติหลายปี เทียบเป้ากับผล และมีการรับรองอิสระ · ผู้ลงรหัสสามคนแยกกันทำ ค่าความสอดคล้องร้อยละ 96.74
พบอะไร
- รายงานร้อยละ 83.2 พูดถึงความยั่งยืน แต่มีเพียงร้อยละ 60 ที่ตั้งเป้าหมาย และในทั้งหมดมีเป้าหมายที่มีกรอบเวลาเพียง 24.8 และเป้าหมายที่วัดได้เพียง 30.4
- กิจกรรมด้านสังคมถูกรายงานมากที่สุด ร้อยละ 80 · สิ่งแวดล้อม 72 · เศรษฐกิจ 61.6
- ใช้แนวปฏิบัติการรายงานสากลเพียงร้อยละ 42.4 (ส่วนใหญ่คือ GRI) และมีเพียงร้อยละ 51.2 ที่เทียบวัตถุประสงค์กับผลที่ได้จริง
- ออสเตรเลียนำในด้านคุณภาพของเป้าหมาย — มีกรอบเวลา 72 วัดได้ 76 ใช้แนวปฏิบัติ 80 และเทียบเป้ากับผล 84 · ไทยนำในด้านการตั้งเป้าหมาย — พูดถึงความยั่งยืน 96 และตั้งเป้าหมาย 88 ซึ่งสูงที่สุดในห้าประเทศ ใช้แนวปฏิบัติ 68 เทียบเป้ากับผล 68 แต่มีกรอบเวลาเพียง 24 และวัดได้ 40
- มาเลเซียพูดถึงความยั่งยืนครบทุกบริษัทและตั้งเป้า 72 แต่มีกรอบเวลาเพียง 4 และวัดได้ 12 · กาตาร์ตั้งเป้า 19 มีกรอบเวลา 4 วัดได้ 4 และเทียบเป้ากับผล 15.4 · สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งเป้า 38 มีกรอบเวลาและวัดได้อย่างละ 21 เทียบเป้ากับผล 20.8
- ผู้เขียนอธิบายอันดับของไทยด้วยข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ให้บริษัทจดทะเบียนแสดงการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการและเปิดเผยงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม · บริษัทไทยร้อยละ 68 ออกรายงานความยั่งยืนหรือรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมแยกเล่ม เทียบกับกาตาร์ร้อยละ 8
- ผู้เขียนสรุปว่าภาคเอกชนยังขาดยุทธศาสตร์ — เป้าหมายที่ไม่มีกรอบเวลาและวัดไม่ได้ย่อมประเมินไม่ได้ · ตัวขับเคลื่อนคุณภาพการรายงานคือข้อกำหนดของแต่ละประเทศและประเภทอุตสาหกรรม (กลุ่มทรัพยากรและสาธารณูปโภครายงานละเอียดกว่ากลุ่มธนาคาร)
แล้วยังไงต่อ
สำหรับบริษัทและหน่วยกำกับดูแลในไทย ข้อค้นพบชี้จุดชัด — ไทยนำอยู่แล้วในการตั้งเป้าหมาย ช่องว่างจึงอยู่ที่การทำให้เป้าหมายมีกรอบเวลาและวัดได้ ซึ่งเป็นปัญหาคุณภาพของการรายงาน ไม่ใช่ปัญหาความตระหนัก · สำหรับนักสื่อสารองค์กร รายงานความยั่งยืนที่ไม่มีเป้าหมายวัดได้คือเรื่องเล่า ไม่ใช่แผน
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
ข้อมูลจากรายงานหนึ่งรอบปีราวปี 2558 ก่อนกรอบการรายงานที่ผูกกับ SDG โดยตรงจะแพร่หลาย · การลงรหัสแบบมี/ไม่มี ทำให้ความลึกของการรายงานหายไป ซึ่งผู้เขียนระบุไว้เองในข้อจำกัด · เลือกบริษัท 25 แห่งที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าตลาด องค์ประกอบอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศจึงกำหนดผลรายประเทศไปด้วย · ตัวเลขรายประเทศอ่านจากกราฟในบทความและอาจปัดเศษ · หนังสือสงวนลิขสิทธิ์ เว็บไม่เก็บสำเนา
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Pillai, K. V., Slutsky, P., Wolf, K., Duthler, G., & Stever, I. (2016). Companies’ accountability in sustainability: A comparative analysis of SDGs in five countries. In Communication, Culture and Change in Asia (pp. 85-106). Springer Singapore. https://doi.org/10.1007/978-981-10-2815-1_5
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
