21 ตุลาคม 2569

ช่องทางมีแล้ว แต่ความเชื่อใจหายไป: บทเรียนจากข้อมูลข่าวสารของคนไทยปี 2026

ข้อมูลปี 2026 ชี้ว่าคนไทยรับข่าวผ่านเฟซบุ๊กและ LINE แต่ความเชื่อมั่นต่อข่าวลดเหลือ 47% หน่วยงานรัฐควรสื่อสารอย่างไรให้คนเชื่อและลงมือทำ

ภาพประกอบกระดาษ โทรโข่งสีดำปล่อยแถบกระดาษสีเทาหลายเส้นที่ลอยจางหายไปกลางทาง มีเพียงแถบสีชมพูเส้นเดียวที่คดเคี้ยวลงไปถึงบ้านหลังเล็ก

ภาพประกอบสร้างด้วย AI

ทุกครั้งที่มีประกาศสำคัญ หน่วยงานรัฐจำนวนมากทำสิ่งเดียวกัน คือโพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กแล้วถือว่าภารกิจจบ ในแง่ช่องทาง นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเลย เพราะเฟซบุ๊กคือที่ที่คนไทยรับข่าวมากที่สุดจริงๆ

แต่ข้อมูลล่าสุดบอกเราอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญกว่า คนไทยอยู่บนช่องทางเหล่านั้นครบ แต่เชื่อสิ่งที่เห็นน้อยลง

คนไทยอยู่บนโซเชียลครบทุกช่องทาง

ผลสำรวจของ Reuters Institute ร่วมกับ YouGov ช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2026 พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทย 69% ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางรับข่าว ตามมาด้วย TikTok 55% และ YouTube 54% [1] แล้วแอปแชตที่เราใช้คุยกันทุกวันล่ะ ลองทายดูก่อน

แพลตฟอร์มที่คนไทยใช้รับข่าว

ร้อยละของผู้ตอบที่ใช้แต่ละแพลตฟอร์มรับข่าว ปี 2026

ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism / YouGov via Statista, 2026 · สำรวจออนไลน์ อายุ 18 ปีขึ้นไป n = 2,043

LINE ซึ่งเราคุ้นเคยในฐานะแอปแชต มีคนใช้รับข่าวถึง 45% ตัวเลขนี้ยืนยันสิ่งที่นักสื่อสารภาครัฐรู้อยู่แล้ว คือประชาชนไม่ได้รอข่าวจากหน้าเว็บไซต์หน่วยงาน พวกเขารับข่าวในพื้นที่เดียวกับที่คุยกับครอบครัวและดูคลิปบันเทิง

แต่ความเชื่อมั่นต่อข่าวกำลังลดลง

ในการสำรวจชุดเดียวกัน ระดับความเชื่อมั่นต่อข่าวโดยรวมของคนไทยในปี 2026 อยู่ที่ 47% ลดลงจาก 55% ในปีก่อนหน้า และเป็นตัวเลขต่ำสุดในช่วงหกปีที่มีข้อมูล (2021–2026) [2]

ความเชื่อมั่นต่อข่าวของคนไทย 2021–2026

ร้อยละของผู้ตอบที่บอกว่าเชื่อถือข่าวส่วนใหญ่ได้เกือบตลอดเวลา · แตะหรือชี้ที่จุดเพื่อดูค่า

50%202153%202251%202354%202455%202547%2026

ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism / YouGov via Statista, 2026 · สำรวจออนไลน์ อายุ 18 ปีขึ้นไป n = 2,043 (ปี 2026)

พูดง่ายๆ คือ ในวันที่ข้อมูลไหลถึงมือประชาชนได้เร็วที่สุด กลับมีคนเกินครึ่งที่ไม่ได้บอกว่าตนเชื่อถือข่าวส่วนใหญ่ที่ได้รับ สำหรับหน่วยงานรัฐ นี่หมายความว่า “ได้โพสต์แล้ว” ยังห่างไกลจาก “ประชาชนเชื่อและลงมือทำแล้ว”

ความเชื่อใจไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์มอย่างเดียว

มีข้อมูลอีกชุดที่ชวนคิด การสำรวจของ Rakuten Insight เมื่อพฤษภาคม 2025 ถามคนไทยว่าเชื่อถือข้อมูลข่าวสารจากแหล่งใด ผลคือโทรทัศน์ได้รับความเชื่อถือ 74% แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 64% แต่แพลตฟอร์มส่งข้อความได้เพียง 17% [3]

ข้อมูลนี้มาจากคนละการสำรวจ จึงเทียบกับตัวเลขข้างต้นโดยตรงไม่ได้ แต่ก็ชี้ให้เห็นภาพที่น่าสนใจ คนจำนวนมากรับข่าวผ่านแอปแชต แต่ไม่ได้เชื่อถือแอปแชตในฐานะแหล่งข่าว

ในมุมของเรา คำอธิบายที่เป็นไปได้คือ ความเชื่อใจในพื้นที่แบบนี้ไม่ได้ผูกกับแพลตฟอร์ม แต่ผูกกับ “คน” ที่ส่งข้อความมา ข้อความจากผู้ใหญ่บ้านที่ทุกคนรู้จัก กับภาพประกาศที่ถูกส่งต่อมาโดยไม่รู้ที่มา อยู่ในแอปเดียวกัน แต่ได้รับความเชื่อถือไม่เท่ากัน

เราเคยเห็นข้าราชการที่ทำงานป้องกันน้ำท่วม เมื่อได้รับประกาศทางการจากหน่วยเหนือ ก็นำประกาศฉบับนั้นไปแปะลงเฟซบุ๊กทั้งหน้า แล้วถือว่าได้เผยแพร่ข้อมูลแล้ว ช่องทางถูกต้อง ข้อมูลถูกต้อง แต่ไม่มีใครพูดกับชาวบ้านจริงๆ ว่าคืนนี้ต้องทำอะไร

สามสิ่งที่หน่วยงานรัฐทำได้ทันที

  1. ให้มีผู้พูดที่จับต้องได้

    ในช่วงที่ความเชื่อมั่นต่อข่าวลดลง เสียงที่เป็นทางการล้วนๆ ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้น ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนั้นจริงเป็นคนพูด มีชื่อ มีหน้า และใช้ภาษาที่คุยกับคนในพื้นที่

  2. เตรียมข้อความให้คนกลางส่งต่อได้ง่าย

    เมื่อเกือบครึ่งของคนไทยรับข่าวผ่าน LINE ข้อความที่ผู้ใหญ่บ้าน อสม. หรือครูคัดลอกไปวางในกลุ่มได้ทันที คือช่องทางที่พาข้อมูลไปพร้อมความเชื่อใจของคนที่ส่ง

  3. บอกขั้นต่อไปให้ชัดในประโยคแรก

    “ต้องทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร” ควรอ่านเจอได้ก่อนที่ผู้อ่านจะเลื่อนผ่าน ภาพเอกสารทั้งหน้าไม่ใช่คำตอบ

ข้อควรระวังในการอ่านข้อมูล

ข้อมูลของ Reuters Institute และ Rakuten Insight มาจากการสำรวจออนไลน์ จึงสะท้อนกลุ่มคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลัก และอาจไม่ครอบคลุมผู้สูงอายุหรือคนในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตน้อย ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่หน่วยงานรัฐต้องการเข้าถึงมากที่สุด การสื่อสารผ่านคนกลางในชุมชนจึงยิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มนี้

ช่องทางพร้อมแล้ว สิ่งที่ขาดคือคน

ข้อมูลปี 2026 ไม่ได้บอกให้หน่วยงานรัฐเลิกใช้โซเชียลมีเดีย ตรงกันข้าม ประชาชนอยู่ที่นั่นแล้ว แต่ในวันที่ความเชื่อมั่นต่อข่าวลดลง การปรากฏบนช่องทางที่ถูกต้องไม่พออีกต่อไป ข้อมูลจะเดินทางได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่ประชาชนเชื่อใจพามันไป

หากหน่วยงานของคุณกำลังมองหาวิธีให้ข้อความไปถึงประชาชนได้ไกลขึ้นและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยินดีพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ

อ้างอิง

  1. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 14). Leading social media platforms for news in Thailand as of February 2026 (online survey, 18+, n = 2,043). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1291398/thailand-leading-social-media-platforms-for-news/
  2. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 14). Level of trust in the news in Thailand from 2021 to 2026 (online survey, 18+, n = 2,043 in 2026). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1457023/thailand-level-of-trust-in-the-news/
  3. Rakuten Insight via Statista. (2025, October 6). Sources of information and news considered trustworthy in Thailand as of May 2025 (online survey, 16+, n = 9,865, among those who consumed each media type). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1624705/thailand-trusted-information-and-news-sources/