สรุปบทความเชิงแนวคิด
พูดหรือทำท่าโดยไม่ตั้งใจ ไม่นับเป็นวัจนกรรม ผู้เขียนเสนอ แต่ผลที่ตามมายังต้องรับผิดชอบ

สรุปจากบทความ
Praxeological Status of Unintentional Speech Acts
รศ.ดร. Pavel Slutskiy · Journal for the Theory of Social Behaviour · 2024
บทความเชิงแนวคิด
งานชิ้นนี้เป็น ข้อเสนอเชิงทฤษฎี ไม่ได้เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ สิ่งที่อ่านต่อไปนี้จึงเป็นการให้เหตุผลของผู้เขียน ไม่ใช่ผลการวัด — น้ำหนักของมันอยู่ที่ความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้ง ไม่ใช่ที่ขนาดตัวอย่างหรือค่าสถิติ · ข้อเสนอเป็นของผู้เขียน ไม่ใช่จุดยืนของศูนย์ฯ
งานนี้ถามอะไร
วัจนกรรม (speech act — การใช้คำพูดเพื่อ “ทำ” อะไรบางอย่าง เช่น สัญญา สั่ง ขอ) ต้องเกิดจากความตั้งใจเสมอหรือไม่ · ถ้าคนหนึ่งยกแขนเพราะเมื่อยแล้วครูอ่านว่ายกมือถาม หรือพูดว่า “ตกลง” โดยไม่ได้ตั้งใจจะรับปาก สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นวัจนกรรมหรือไม่ และมีผลผูกพันแค่ไหน — ข้อถกเถียงระหว่างฝ่ายที่ถือว่าเจตนาภายในเป็นเงื่อนไขจำเป็นกับฝ่ายที่ไม่ถือ
ให้เหตุผลอย่างไร
การให้เหตุผลเชิงปรัชญาล้วน ไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ · ตั้งต้นจากปฏิบัติศาสตร์ (praxeology) ของ Mises ที่นิยาม “การกระทำ” ว่าเป็นพฤติกรรมที่มีเป้าหมาย แยกจาก “พฤติกรรมเฉยๆ” อย่างการจามหรือกระพริบตา · แล้วนำไปวางบนทฤษฎีวัจนกรรมของ Austin · Searle · Grice · Bach และ Harnish · และทฤษฎีการกระทำทางสังคมของ Reinach · จัดกรณีปัญหาออกเป็นสี่กลุ่มแล้วให้เหตุผลทีละกลุ่ม โดยโต้กับข้อเสนอของ Navarro-Reyes โดยตรง
เสนออะไร
- วัจนกรรมคือการตั้งใจใช้ธรรมเนียมที่มีอยู่แล้ว (เช่น ภาษา ท่าทาง พิธี) เพื่อบรรลุเป้าหมายทางสังคมที่เลือกไว้ ต้องรู้ธรรมเนียมนั้นและเต็มใจทำตาม · ไม่มีความตั้งใจก็ไม่มีการกระทำ จึงไม่มีวัจนกรรม · ผู้เขียนปฏิเสธคำขวัญที่สอนกันทั่วไปว่า “คนเราไม่สื่อสารไม่ได้” — ถ้าไม่มีเจตนาก็ไม่มีการสื่อสาร มีแต่คนที่อ่านความหมายเข้าไปเองซึ่งเป็นความผิดพลาดของผู้อ่าน
- กลุ่มแรก อุบัติเหตุ — เรียกธรรมเนียมขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ (ยืดแขนแล้วถูกอ่านว่ายกมือ) · ผู้เขียนเสนอว่านี่ไม่ใช่วัจนกรรม แต่เป็น “พฤติกรรมทางวาจา” ที่บังเอิญก่อผลในเชิงบรรทัดฐาน เทียบกับคนทำความสะอาดปืนแล้วลั่นใส่โทรทัศน์ของเพื่อน — ต้องรับผิดชอบเพราะมีสายโยงเชิงเหตุผล (ความประมาท ความซุ่มซ่าม) ไม่ใช่เพราะมีเจตนา · ตรงนี้คือจุดที่ไม่เห็นด้วยกับ Navarro-Reyes ผู้ถือว่าวัจนกรรมที่ไม่ตั้งใจเป็นวัจนกรรมประเภทหนึ่งอย่างชอบธรรม
- กลุ่มที่สอง การใช้ในทางมิชอบ — โกหก สัญญาทั้งที่ไม่คิดจะทำ เจ้าสาวที่แต่งเพราะเงิน · กรณีเหล่านี้เป็นวัจนกรรม เพราะเจตนามีอยู่และมุ่งไปที่เป้าหมาย (หลอกให้เชื่อ) · ธรรมเนียมเป็นตัวกำหนดผล ไม่ใช่ความจริงใจ — เซ็นสัญญาโดยไม่คิดจะทำตามก็ผูกพันตามสัญญาอยู่ดี
- กลุ่มที่สาม ความล้มเหลว — มีทั้งเจตนาและธรรมเนียมแต่อีกฝ่ายไม่รับรู้ (ป้าย “ห้ามบุกรุก” ที่ถูกเพิกเฉย) · ยังเป็นวัจนกรรม เพราะการกระทำคือการพยายาม ไม่ใช่การสำเร็จ — ซึ่งต่างจาก Austin ที่ถือว่าต้องมีการรับรู้จากผู้ฟังจึงจะครบ
- กลุ่มที่สี่ การไม่กระทำ — มีเจตนาจะให้เกิดผล แต่ไม่ได้ตั้งใจใช้ธรรมเนียมใดเลย (วางขวดนมเปล่าไว้บนโต๊ะหวังให้คู่ครองไปซื้อ) · จะเป็นวัจนกรรมก็ต่อเมื่อชุมชนนั้น (แม้เล็กแค่คนสองคน) มีธรรมเนียมที่รู้ร่วมกันว่าขวดเปล่าแปลว่าขอให้ซื้อ · ไม่มีธรรมเนียมก็เป็นเพียงการตอบสนองต่อสถานการณ์ เหมือนเดินเลี่ยงแอ่งน้ำ · ต้องดูเป็นกรณีไป
- บทสรุปมีสองขา — เพื่อจะเป็นวัจนกรรม ผู้พูดต้องตั้งใจทำตามธรรมเนียมที่ประกอบขึ้นเป็นการสื่อสาร · แต่การใช้ธรรมเนียมโดยไม่ตั้งใจก็ก่อผลที่ใช้ได้จริงได้ เช่น สั่งอาหารในร้านโดยไม่ตั้งใจแต่ทำตามขั้นตอนถูกต้อง ก็ต้องจ่าย — ธรรมเนียมทำให้ผลเกิด แม้เจตนาไม่มี
ทำไมข้อเสนอนี้จึงสำคัญ
ใครที่ต้องรับมือกับคำว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” — ครู ผู้ดูแลชุมชนออนไลน์ นักกฎหมาย นักประชาสัมพันธ์ — ได้เครื่องมือแยกคำถามสามข้อออกจากกัน คือมีเจตนาจะให้เกิดผลหรือไม่ · มีเจตนาใช้ธรรมเนียมหรือไม่ · และธรรมเนียมนั้นก่อผลแล้วหรือยัง · ข้อเสนอนี้ยังเป็นคำโต้ที่กระชับต่อคำขวัญ “คนเราไม่สื่อสารไม่ได้” ซึ่งใช้สอนในวิชาสื่อสารทั่วไป
ข้อควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
เป็นการให้เหตุผลเชิงแนวคิดล้วน ไม่มีข้อมูล · วางอยู่บนปฏิบัติศาสตร์สาย Mises ซึ่งเป็นสำนักคิดที่ไม่แพร่หลายในปรัชญาภาษา ถ้าไม่รับข้อสมมติว่าการกระทำต้องมีเป้าหมายเสมอ ข้อสรุปก็ไม่ตามมา · ฝ่ายที่เห็นต่างซึ่งบทความอ้างถึงเอง (Alston · Harnish · Witek · Navarro-Reyes) ถือว่าเงื่อนไขภายนอกเพียงพอแล้ว · ข้อเสนอเป็นของผู้เขียน ไม่ใช่จุดยืนของศูนย์ฯ · บทความมีผู้เขียนคนเดียว
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Slutskiy, P. (2024). Praxeological status of unintentional speech acts. Journal for the Theory of Social Behaviour, 54(4), 591-606. https://doi.org/10.1111/jtsb.12433
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
