21 ตุลาคม 2569

ให้ AI ช่วยได้ แต่อย่าให้ AI เป็นคนเล่า

ผลสำรวจ 6 ประเทศพบว่าคนสบายใจกับข่าวที่คนเขียน 62% แต่เหลือ 12% ถ้า AI เขียนทั้งหมด องค์กรไทยควรใช้ AI ในงานสื่อสารอย่างไรให้ไม่เสียความเชื่อใจ

ภาพประกอบกระดาษ เวทีเล็กที่มีม่านสีดำ ไมโครโฟนสีชมพูตั้งอยู่หน้าม่าน ส่วนเฟืองสีเทาซ่อนอยู่หลังม่านที่แง้มไว้

ภาพประกอบสร้างด้วย AI

ทุกวันนี้หลายองค์กรเริ่มใช้ AI ร่างข่าวประชาสัมพันธ์ สรุปรายงาน หรือทำภาพประกอบ คำถามที่เราได้ยินบ่อยในห้องอบรมคือ “ใช้ได้ไหม แล้วต้องบอกผู้อ่านหรือเปล่า”

ข้อมูลล่าสุดไม่ได้ตอบว่าใช้ได้หรือไม่ได้ แต่ชี้ให้เห็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนกว่านั้น ผู้คนไม่ได้กังวลว่า AI อยู่ในกระบวนการ พวกเขากังวลว่า AI กำลังจะมาแทน “คน” ที่เล่าเรื่องให้พวกเขาฟัง

ยิ่ง AI ทำมาก ความสบายใจยิ่งลด

รายงาน Generative AI and News 2025 ของ Reuters Institute ร่วมกับ YouGov สำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 12,000 คนใน 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และอาร์เจนตินา ถามว่าสบายใจแค่ไหนกับข่าวที่ผลิตด้วยระดับการใช้ AI ต่างกัน [1]

ถ้า AI เป็นคนเขียนข่าวมากขึ้น คนจะสบายใจแค่ไหน

เลื่อนแถบจาก "คนเขียน" ไป "AI เขียน" · ร้อยละของผู้ตอบที่สบายใจ

นักข่าวเขียนเองทั้งหมด · 62% สบายใจ

ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism / YouGov via Statista, 2026 · Generative AI and News Report 2025 · สำรวจออนไลน์ n = 12,000 ใน 6 ประเทศ (สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เดนมาร์ก อาร์เจนตินา) ไม่รวมไทย

ข่าวที่นักข่าวเขียนเองทั้งหมด มีคนสบายใจ 62% เมื่อคนเขียนเป็นหลักแต่มี AI ช่วยบ้าง ตัวเลขลดเหลือ 43% ถ้า AI เขียนเป็นหลักโดยมีคนตรวจ เหลือ 21% และถ้า AI เขียนทั้งหมด เหลือเพียง 12% [1]

สังเกตว่าแม้มีคนเป็นผู้เขียนหลัก แค่เพิ่ม AI เข้าไปช่วย ความสบายใจก็ลดลงไปเกือบหนึ่งในสามแล้ว

งานหลังบ้านโอเค งานที่เป็น “หน้าตา” ไม่โอเค

เมื่อแยกเป็นงานย่อย ภาพยิ่งชัดขึ้น ก่อนดูคำตอบ ลองเลือกดูว่าคุณโอเคให้ AI ทำงานไหนบ้าง แล้วเทียบกับคนใน 6 ประเทศ [2]

คุณโอเคให้ AI ทำงานไหนในการทำข่าวบ้าง

ร้อยละของผู้ตอบที่สบายใจให้ AI ทำงานแต่ละประเภท

ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism / YouGov via Statista, 2026 · Generative AI and News Report 2025 · สำรวจออนไลน์ n = 12,000 ใน 6 ประเทศ (สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เดนมาร์ก อาร์เจนตินา) ไม่รวมไทย

คนส่วนใหญ่สบายใจที่สุดเมื่อ AI ช่วยแก้คำผิดและไวยากรณ์ (55%) และแปลภาษา (53%) แต่ความสบายใจต่ำที่สุดกับการสร้างภาพเสมือนจริงแทนภาพถ่าย (26%) และการใช้ผู้ประกาศหรือผู้เขียนที่เป็น AI (19%) [2]

รูปแบบนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเห็นในบทความก่อนหน้า ผู้คนเชื่อใจ “คน” มากกว่าช่องทาง เมื่อ AI ทำงานที่มองไม่เห็น เช่น ตรวจคำผิดหรือวิเคราะห์ข้อมูล ผู้อ่านไม่ค่อยติดใจ แต่เมื่อ AI กลายเป็นใบหน้าหรือเสียงที่พูดกับเขาโดยตรง ความเชื่อใจหายไปอย่างรวดเร็ว

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับองค์กรไทยเป็นพิเศษ

ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้สำรวจคนไทย เราจึงสรุปตรงๆ ไม่ได้ว่าคนไทยจะคิดเหมือนกัน แต่มีเหตุผลที่องค์กรไทยควรระวังเรื่องนี้มากกว่าเดิม

ปี 2026 ความเชื่อมั่นต่อข่าวโดยรวมของคนไทยลดลงเหลือ 47% ต่ำสุดในช่วงหกปีที่มีข้อมูล [3] เมื่อฐานความเชื่อใจบางอยู่แล้ว การใช้ AI ในจุดที่ผู้อ่านรู้สึกว่าถูกแทนที่ด้วยเครื่อง อาจทำให้ความเชื่อใจที่เหลือน้อยอยู่แล้วลดลงไปอีก

อีกด้านหนึ่ง ใน 6 ประเทศที่สำรวจ มีคน 37% เชื่อว่าสื่อใช้ AI บ่อยอยู่แล้ว และมีเพียง 4% ที่คิดว่าไม่ใช้เลย [4] ผู้อ่านจึงไม่ได้ไร้เดียงสา หลายคนสันนิษฐานไว้ก่อนแล้วว่ามี AI อยู่เบื้องหลัง การปิดบังจึงมีความเสี่ยงมากกว่าการบอกตรงๆ

สามหลักการใช้ AI ในงานสื่อสารโดยไม่เสียความเชื่อใจ

  1. ใช้ AI หลังบ้านให้เต็มที่

    ตรวจคำผิด แปลภาษา สรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ทำร่างแรก งานเหล่านี้ประหยัดเวลาได้มากและผู้อ่านยอมรับได้ค่อนข้างดี

  2. ให้หน้าตาและเสียงเป็นของคนจริง

    ผู้พูด ผู้ลงนาม และภาพที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์จริง ควรเป็นคนจริงและภาพจริง หากจำเป็นต้องใช้ภาพที่สร้างด้วย AI ให้ใช้เป็นภาพประกอบเชิงแนวคิด ไม่ใช่ภาพที่ดูเหมือนภาพถ่ายเหตุการณ์

  3. บอกผู้อ่านอย่างตรงไปตรงมา

    เขียนสั้นๆ ว่า AI ช่วยทำส่วนไหน และใครเป็นผู้ตรวจรับผิดชอบ เช่น “ร่างแรกจัดทำโดยใช้ AI ตรวจทานและรับรองโดยฝ่ายสื่อสารองค์กร” การบอกแบบนี้ทำให้ผู้อ่านรู้ว่ายังมีคนรับผิดชอบอยู่

ข้อควรระวังในการอ่านข้อมูล

ข้อมูลหลักของบทความนี้มาจากการสำรวจออนไลน์ใน 6 ประเทศเมื่อกลางปี 2025 ซึ่งไม่รวมประเทศไทย ทัศนคติต่อ AI อาจต่างกันตามวัฒนธรรมและความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี ตัวเลขจึงควรใช้เป็นสัญญาณทิศทาง ไม่ใช่ค่าที่ใช้แทนคนไทยได้โดยตรง หากองค์กรต้องการตัดสินใจเชิงนโยบาย การสำรวจกลุ่มเป้าหมายของตนเองจะให้คำตอบที่แม่นกว่า

AI ช่วยได้ แต่ความเชื่อใจยังต้องมาจากคน

AI ทำให้งานสื่อสารเร็วขึ้นและทำได้มากขึ้นจริง แต่ข้อมูลบอกเราว่าผู้คนยังอยากรู้ว่ามี “ใคร” อยู่เบื้องหลังเรื่องที่ได้ยิน องค์กรที่ใช้ AI อย่างฉลาดคือองค์กรที่ให้ AI ทำงานหนักอยู่ข้างหลัง และให้คนที่น่าเชื่อถือยืนอยู่ข้างหน้า

หากองค์กรของคุณกำลังวางแนวทางการใช้ AI ในงานสื่อสาร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยินดีพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ

อ้างอิง

  1. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 2). Public comfort with AI-generated news in selected countries as of July 2025, by level of human input (online survey, n = 12,000, US, UK, Japan, France, Denmark, Argentina; Generative AI and News Report 2025, p. 44). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1662348/comfort-ai-generated-news-worldwide-by-level-human-input/
  2. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 2). Share of people comfortable with AI in journalism in selected countries as of July 2025, by task (Generative AI and News Report 2025, p. 46). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1662352/comfortable-ai-use-journalism-worldwide-by-task/
  3. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 14). Level of trust in the news in Thailand from 2021 to 2026 (online survey, 18+, n = 2,043). เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1457023/thailand-level-of-trust-in-the-news/
  4. Reuters Institute for the Study of Journalism & YouGov via Statista. (2026, July 2). Share of people who believe generative AI is frequently used in the news media sector in selected countries as of July 2025. เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 https://www.statista.com/statistics/1662347/generative-ai-use-in-news-media-sector-perception-worldwide/