โดย สมิทธิ์ บุญชุติมา · 27 ตุลาคม 2569
คนไทยดูข่าวมากกว่าอ่านข่าว แต่ห่างกันแค่นิดเดียว
ข่าวคือสิ่งที่คนไทยดูบนแพลตฟอร์มออนไลน์ฟรีมากที่สุด และโทรทัศน์ยังเป็นแหล่งข่าวอันดับหนึ่ง แต่คนที่ชอบอ่านข่าวก็มีเกือบเท่าคนที่ชอบดู หน่วยงานควรเล่าเรื่องในรูปแบบไหน

ภาพประกอบสร้างด้วย AI
เช้าวันหนึ่งในบ้านหลังเดียวกัน (ครอบครัวสมมติ) ลุงเปิดโทรทัศน์ฟังข่าวเช้าระหว่างกินกาแฟ ลูกสาวดูคลิปข่าวสั้นบนมือถือระหว่างรอรถ ส่วนหลานอ่านสรุปข่าวที่เพื่อนส่งมาในกลุ่มไลน์ ทั้งสามคนรู้เรื่องเดียวกัน แต่ไม่มีใครรับข่าวจากที่เดียวกันเลย
สำหรับหน่วยงานที่ต้องสื่อสารกับประชาชน ภาพนี้ตั้งคำถามที่ตอบยาก ถ้างบมีจำกัด ควรทำคลิป เขียนบทความ หรือทำเสียง
โทรทัศน์ยังไม่หายไป และข่าวคือสิ่งที่คนดูออนไลน์มากที่สุด
การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติกับ กสทช. เมื่อเมษายน 2567 ถามคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป 9,000 คนว่ารับข่าวจากไหน โทรทัศน์ยังนำที่ 74.7% ตามด้วยเฟซบุ๊ก 57.5% LINE 30.4% เว็บไซต์ 25.8% และ TikTok 20.3% [1]
โทรทัศน์ยังเป็นแหล่งข่าวอันดับหนึ่งของคนไทย
ร้อยละของผู้ตอบที่รับข่าวจากแต่ละช่องทาง · เมษายน 2567 · อายุ 15 ปีขึ้นไป ตอบได้หลายข้อ
ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ กสทช. via Statista, 2024 · การสำรวจพฤติกรรมการรับชมรายการ 2567 · สำรวจแบบ omnibus n = 9,000
อีกการสำรวจหนึ่งเมื่อตุลาคม 2567 ซึ่งถามคนไทยทั่วประเทศ 31,500 คน พบว่าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ดูได้ฟรี ข่าวคือสิ่งที่คนดูมากที่สุดที่ 64.2% นำหน้าละครและซีรีส์ 62.4% และรายการวาไรตี้ 57.3% [2]
บนออนไลน์ ข่าวแซงละครขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
ร้อยละของผู้ตอบที่ดูคอนเทนต์แต่ละประเภทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ดูได้ฟรี · ตุลาคม 2567 · ตอบได้หลายข้อ
ที่มา: กสทช. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ via Statista, 2025 · การสำรวจการเข้าถึงสื่อวิทยุและโทรทัศน์ 2567, หน้า 44 · อายุ 18–76 ปี n = 31,500
ดู อ่าน หรือฟัง
เมื่อถามเจาะว่าชอบรับข่าวออนไลน์แบบไหน รายงาน Digital News Report ปี 2566 ของ Reuters Institute พบว่าคนไทยชอบดู 40% ชอบอ่าน 38% และชอบฟัง 22% [3] ในปีเดียวกัน 64% บอกว่าช่องทางหลักที่พาไปเจอข่าวออนไลน์คือโซเชียลมีเดีย ขณะที่มีเพียง 7% ที่เข้าเว็บไซต์ข่าวโดยตรง [4]
คนไทยชอบดูข่าวมากที่สุด แต่ชนะการอ่านแค่ 2 จุด
ร้อยละของผู้ตอบตามวิธีรับข่าวออนไลน์ที่ชอบ · มกราคม–กุมภาพันธ์ 2566 · ไม่รวมคนที่ตอบว่าไม่ทราบ
- ดู40%
- อ่าน38%
- ฟัง22%
ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism via Statista, 2024 · Digital News Report 2023, p. 27 · สำรวจออนไลน์ n = 2,028
ในมุมของเรา ตัวเลขที่ใกล้กันมากระหว่างการดูกับการอ่านคือข้อมูลสำคัญที่สุดในชุดนี้ มันบอกว่าการทิ้งข้อความไปทำแต่คลิปเสี่ยงพอๆ กับการทำแต่ข้อความ และเมื่อคนส่วนใหญ่เจอข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ถูกส่งต่อได้ง่ายที่สุดมักชนะ ข้อความสั้นถูกคัดลอกไปวางในกลุ่มไลน์ได้ คลิปสั้นถูกแชร์ต่อได้ ส่วนเอกสารยาวมักหยุดอยู่ที่หน้าเพจ
สามวิธีเล่าเรื่องเดียวให้ถึงคนหลายแบบ
หนึ่งเรื่อง สองรูปแบบ
ทุกประกาศสำคัญควรมีคลิปสั้นไม่เกินหนึ่งนาทีสำหรับคนที่ชอบดู และข้อความสั้นไม่เกินสามบรรทัดสำหรับคนที่ชอบอ่านและส่งต่อ ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
คิดเผื่อจอโทรทัศน์
โทรทัศน์ยังเป็นแหล่งข่าวของคนสามในสี่ คลิปที่ทำไว้ควรใช้ต่อในรายการข่าวท้องถิ่นหรือช่องของหน่วยงานได้ คือมีภาพนิ่งชัด ตัวอักษรใหญ่ และเล่าจบในตัว
ให้เสียงเป็นของคนที่ผู้ชมเชื่อ
ไม่ว่าจะเป็นคลิปหรือเสียง ให้คนที่ดูแลเรื่องนั้นจริงเป็นคนพูด ความใกล้ชิดของเสียงคนจริงคือสิ่งที่ทำให้คนดูจนจบและส่งต่อ
ข้อควรระวังในการอ่านข้อมูล
ข้อมูลในบทความนี้มาจากการสำรวจคนละชุด ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติกับ กสทช. ปี 2567 เป็นการสำรวจทั่วประเทศที่รวมคนที่ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนข้อมูลของ Reuters Institute ปี 2566 เป็นการสำรวจออนไลน์ซึ่งสะท้อนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลัก และมีอายุมากกว่าสามปีแล้ว (ณ วันที่เขียน Statista ยังไม่มีชุดที่ใหม่กว่าสำหรับคำถามเรื่องวิธีรับข่าว) จึงควรใช้เป็นสัญญาณทิศทาง ทุกชุดตอบได้หลายข้อ ยกเว้นวิธีรับข่าวที่ชอบซึ่งให้เลือกหนึ่งแบบ
อย่าเลือก ให้เล่าให้ครบ
คำตอบของคำถามว่าควรทำคลิป เขียน หรือทำเสียง คือทำเรื่องเดียวให้ส่งต่อได้หลายแบบ คนในบ้านเดียวกันยังรับข่าวต่างกันได้ ผู้ชมของหน่วยงานก็เช่นเดียวกัน
หากหน่วยงานของคุณกำลังวางแผนว่าจะเล่าเรื่องสำคัญผ่านรูปแบบไหนบ้าง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยินดีพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ
เกี่ยวกับบทความนี้
บทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของศูนย์ฯ
บทความได้รับการปรับปรุงภาษาและแปลภาษาโดยใช้ AI ช่วย และผู้เขียนได้ตรวจทานแล้ว
หากต้องการอ้างอิงบทความนี้
สมิทธิ์ บุญชุติมา. (2569, 27 ตุลาคม). คนไทยดูข่าวมากกว่าอ่านข่าว แต่ห่างกันแค่นิดเดียว. ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://www.cominnocenter.com/insights/watch-read-listen-news
ข้อมูลประกอบจาก Statista
- National Statistical Office (Thailand) & NBTC via Statista. (2024, June 17). Leading news sources in Thailand as of April 2024 (National Broadcasting Services Thailand: Program Consumption Survey 2024). เข้าถึง 27 ตุลาคม 2569. https://www.statista.com/statistics/1291322/thailand-leading-news-sources/
- NBTC & National Statistical Office (Thailand) via Statista. (2025, January 16). Leading free online content watched by Thai consumers as of October 2024, by type (Survey of access to radio and television media 2024, p. 44). เข้าถึง 27 ตุลาคม 2569. https://www.statista.com/statistics/1550951/thailand-leading-free-online-content-by-type/
- Reuters Institute for the Study of Journalism via Statista. (2024, March 22). Preferred ways to consume online news in Thailand in 2023 (Digital News Report 2023, p. 27). เข้าถึง 27 ตุลาคม 2569. https://www.statista.com/statistics/1457108/thailand-preferred-ways-to-consume-online-news/
- Reuters Institute for the Study of Journalism via Statista. (2024, March 22). Main way of getting news online in Thailand in 2023 (Digital News Report 2023, p. 12). เข้าถึง 27 ตุลาคม 2569. https://www.statista.com/statistics/1457100/thailand-main-way-of-getting-news-online/
