โดย สมิทธิ์ บุญชุติมา · 28 ตุลาคม 2569

ทำงานกับศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัย ได้อะไรมากกว่าชิ้นงาน

หลายหน่วยงานติดต่อศูนย์วิจัยเพื่อให้ช่วยผลิตชิ้นงาน แต่สิ่งที่ศูนย์วิจัยช่วยได้มากที่สุดมักอยู่ก่อนและหลังชิ้นงานนั้น คือการตั้งโจทย์ให้ชัดตั้งแต่ต้น และการวัดผลที่กล้าบอกด้วยว่าอะไรไม่ได้ผล

ภาพประกอบกระดาษ สะพานโค้งที่เรียงจากก้อนกระดาษสีน้ำเงินเข้มบนพื้นกระดาษสีครีม มีก้อนสีแดงหนึ่งก้อนเป็นหินล็อกอยู่ตรงยอดโค้ง

ภาพประกอบสร้างด้วย AI

คุณต้น (ตัวละครสมมติ) เป็นผู้จัดการโครงการของหน่วยงานแห่งหนึ่ง เขามีเวลาสามเดือน และอยากได้คลิปรณรงค์สองคลิปกับรายงานผลหนึ่งเล่ม เขาโทรหาศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัยพร้อมรายการงานที่ต้องการ แต่คำถามแรกที่ได้กลับมาคือ "อยากให้ใครเปลี่ยนพฤติกรรมอะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเปลี่ยนแล้ว"

คำถามแบบนี้อาจดูเหมือนทำให้งานช้าลง แต่นี่คือสิ่งที่ทำให้ศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัยต่างจากผู้ผลิตสื่อทั่วไป บทความนี้ใช้งานวิจัยและงานที่ผ่านมาเล่าว่าความต่างนั้นอยู่ตรงไหน

เรื่องสำคัญที่สุดเกิดขึ้นก่อนจะมีชิ้นงาน

งานของ รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา และคณะ (ตีพิมพ์ปี 2565) เสนอแบบจำลอง ENGAGE-A3 สำหรับการสื่อสารความเสี่ยงเรื่องเอชไอวีกับแรงงานข้ามชาติ แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญสิบคนให้คะแนนว่าแต่ละขั้นเหมาะสมแค่ไหน ขั้นที่ได้คะแนนสูงสุดคือการสร้างความไว้วางใจและการใช้เกม ได้ 4.45 จาก 5 รองลงมาคือการชวนคนในพื้นที่มาร่วม ได้ 4.36 ส่วนการประเมินผลได้คะแนนน้อยที่สุดที่ 4.18

ผู้เชี่ยวชาญให้คะแนนการสร้างความไว้วางใจสูงสุด และการประเมินผลต่ำสุด

คะแนนความเหมาะสมเฉลี่ยจากผู้เชี่ยวชาญ 10 คน (เต็ม 5) · บางองค์ประกอบของแบบจำลอง ENGAGE-A3

ที่มา: Boonchutima, Sukonthasab และ Sthapitanonda (2022) HIV & AIDS Review · กลุ่มสนทนาผู้เชี่ยวชาญ 10 คน

ผลนี้บอกเราสองเรื่อง เรื่องแรก สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญที่สุดต้องทำก่อนจะมีสื่อชิ้นแรก เรื่องที่สอง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเองก็ยังให้คะแนนการประเมินผลน้อยที่สุด ตรงกับที่เราเห็นบ่อยในการทำงานจริง คือการวัดผลมักถูกทิ้งไว้ท้ายสุดและได้งบน้อยที่สุด

มหาวิทยาลัยมีได้หลายบทบาท ต้องเลือกให้ชัดว่าจะใช้บทบาทไหน

บทในหนังสือของ ผศ.ดร.ธีรดา จงกลรัตนาภรณ์ (ตีพิมพ์ปี 2567) เรื่องบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในการสื่อสารสิ่งแวดล้อม แบ่งบทบาทของมหาวิทยาลัยไว้หกแบบ ได้แก่ ผู้สอน ผู้สร้างความรู้ ผู้แก้ปัญหาสังคม ผู้สร้างนวัตกรรม ผู้เชื่อมเครือข่าย และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และแบ่งการประเมินงานประชาสัมพันธ์ไว้สี่ระดับ ตั้งแต่ชิ้นงานที่ส่งออกไปจนถึงผลที่เกิดกับสังคมในท้ายที่สุด บทนี้เป็นงานเชิงแนวคิด ข้อเสนอในบทจึงเป็นความเห็นของผู้เขียน แต่หน่วยงานใช้เป็นกรอบคุยกับศูนย์วิจัยได้ว่าโครงการของตนต้องการบทบาทแบบไหน

ในงานจริงของศูนย์ฯ บทบาทเหล่านี้ต่างกันไปตามโจทย์ เช่น การอบรมบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศกว่า 10,000 คนในโครงการ Care D Plus การจัดเวิร์กช็อปการสื่อสารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยใช้ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ศูนย์วิจัยที่ดีต้องกล้าบอกด้วยว่าอะไรไม่ได้ผล

งานประเมินเทศกาล Pint of Science ในกรุงเทพฯ (ตีพิมพ์ปี 2562 เก็บข้อมูลปี 2561) ที่ ดร.พยู ฮนิน ไหล่ ร่วมเขียน เป็นตัวอย่างของการรายงานผลอย่างตรงไปตรงมา ผู้ร่วมงานให้คะแนนรวมสูงถึง 35 จาก 40 แต่งานเดียวกันก็บอกด้วยว่างานแบบนี้ยังไปไม่ถึงคนที่ไม่ได้สนใจวิทยาศาสตร์อยู่ก่อน คืนที่บรรยายเป็นภาษาไทยมีคนลงทะเบียนน้อยที่สุด เพียง 13 คน จากทั้งหมด 267 คนตลอดหกวัน ข้อมูลแบบนี้มีประโยชน์กับผู้จัดมากกว่าคะแนนความพึงพอใจสูงๆ

เริ่มทำงานกับศูนย์วิจัยอย่างไรให้คุ้ม

  1. มาพร้อมโจทย์ ไม่ใช่แค่รายการชิ้นงาน

    เล่าให้ฟังว่าอยากให้ใครเปลี่ยนอะไร และตอนนี้รู้อะไรเกี่ยวกับคนกลุ่มนั้นแล้วบ้าง แล้วค่อยเลือกชิ้นงานที่เหมาะจากคำตอบนั้น

  2. กันงบสำหรับการวัดผลตั้งแต่วันแรก

    ตกลงกันก่อนเริ่มงานว่าจะวัดอะไร ทั้งจำนวนคนที่เห็นและสิ่งที่คนทำจริง และทำใจไว้ล่วงหน้าว่าผลอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง

  3. ให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น

    เวลาที่ใช้สร้างความไว้วางใจและชวนคนในพื้นที่มาร่วมไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นขั้นที่ผู้เชี่ยวชาญให้คะแนนสูงที่สุด

  4. ตกลงกันว่าจะเผยแพร่ผลอย่างไร

    คุยกันตั้งแต่ต้นว่าจะเผยแพร่ข้อค้นพบในรูปแบบไหน เพื่อให้หน่วยงานอื่นที่ทำเรื่องเดียวกันได้เรียนรู้จากโครงการนี้ด้วย

ข้อควรระวังในการอ่านข้อมูล

แบบจำลอง ENGAGE-A3 ประเมินจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสิบคน ยังไม่ได้วัดผลด้านสุขภาพในพื้นที่จริง บทเรื่องบทบาทของมหาวิทยาลัยเป็นการมองภาพรวมของผู้เขียนคนเดียว ไม่ใช่การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ ส่วนงาน Pint of Science เก็บข้อมูลปี 2561 จากผู้ร่วมงาน 125 คน และความรู้ที่ได้เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมงานประเมินตัวเองหลังจบงาน ไม่ได้ทดสอบจริง

ชิ้นงานจบในสามเดือน บทเรียนอยู่ได้นานกว่านั้น

ศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัยผลิตชิ้นงานได้ แต่สิ่งที่หาจากที่อื่นได้ยากกว่าคือโจทย์ที่ชัด หลักฐานสำหรับใช้ออกแบบ และการวัดผลอย่างซื่อตรง หน่วยงานที่ได้สามอย่างนี้กลับไปจะทำโครงการต่อไปได้ดีขึ้น แม้ไม่มีเราอยู่ด้วยก็ตาม

หากหน่วยงานของคุณกำลังมองหาคู่ทำงานด้านการวิจัยและการสื่อสาร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยินดีพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ

เกี่ยวกับบทความนี้

บทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของศูนย์ฯ

บทความได้รับการปรับปรุงภาษาและแปลภาษาโดยใช้ AI ช่วย และผู้เขียนได้ตรวจทานแล้ว

หากต้องการอ้างอิงบทความนี้

สมิทธิ์ บุญชุติมา. (2569, 28 ตุลาคม). ทำงานกับศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัย ได้อะไรมากกว่าชิ้นงาน. ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://www.cominnocenter.com/insights/working-with-university-research-centre